
โจรถอดพันธนาการข้อเท้าเผ่นหนีจากรพ.ตำรวจ
คนร้ายยิงสู้ตำรวจแอบเปลี่ยนเสื้อผ้าหนีการควบคุมจากโรงพยาบาลตำรวจ คาดผมอลงจนถอดเครื่องพันธนาการที่ข้อเท้า
คนร้ายยิงสู้ตำรวจแอบเปลี่ยนเสื้อผ้าหนีการควบคุมจากโรงพยาบาลตำรวจ คาดผมอลงจนถอดเครื่องพันธนาการที่ข้อเท้า
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. เวลา 19.00 น. เกิดเหตุผู้ต้องหาหลบหนีจากห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหาป่วย ห้อง 5/1 ชั้น 5 ภายในตึกเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ ถนนพระราม 1แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และ กก.สส.บก.น.6 กำลังระดมกำลังตามล่าผู้ต้องหารายดังกล่าวอย่างจ้าละหวั่น
จากการสอบถาม พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.ชนินทร ง่วนสน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.ตำรวจ ว่า นายบุญธรรม หรือเปี๊ยก ทับทิมนาค อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/42 หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จรเข้น้อย แล้วได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาอาการที่ โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้หลบหนีไปห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหา
ทั้งนี้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ นายบุญธรรม เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดผู้ป่วย เป็นสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงสามส่วนสีเทาดำ ใส่รองเท้าแตะสีดำ และมีผ้าปิดจมูก เดินลงจากอาคารโรงพยาบาลทางบันไดแล้วลัดเลาะหลบหนีมุ่งหน้าไปทางย่านประตูน้ำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมกับ กก.สส.บก.น.6 อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว
พ.ต.ท.พนม กล่าวอีกว่า สำหรับนายบุญธรรม ผู้ต้องหารายนี้นั้นเท่าที่ทราบคือถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนข้างขวาน่าจะมีร่องรอยการรักษาและบาดแผลยังไม่หายดี ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าวแล้ว พบว่า เครื่องพันธนาการข้อเท้ายังผูกติดอยู่ที่ปลายเตียงของผู้ต้องหาเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการที่ผู้ต้องหาผอมลงจากวันที่เข้ารับการรักษาตัวจึงสามารถถอดออกได้อย่างง่ายดาย
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันผู้ป่วยหลบหนีนั้นปกติทางโรงพยาบาลจะดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ประกอบกับจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ผลัดละ 1 นาย ไปเข้าเวรรักษาการณ์อยู่ เชื่อว่าสาเหตุที่ นายบุญธรรมหนีหลุดรอดไปได้เนื่องจากมีคนนำชุดเสื้อผ้าไปให้เปลี่ยน ขณะนี้จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวในโรงพยาบาล ตามทางเดินเท้ารอบๆ โรงพยาบาล ล่าสุดพบว่า นายบุญธรรม เดินมุ่งหน้าไปย่านประตูน้ำแล้วหายตัวไป
“ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรรักษาการณ์ในเวลาดังกล่าวก็จะต้องเรียกมาสอบถามร่วมกับทีมพยาบาลที่สลับสับเปลี่ยนกันเข้าเวรให้การรักษา ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคมมีญาติพี่น้องคนไหนเดินทางมาขอเยี่ยมผู้ป่วยบ้าง นอกจากนี้ทาง สน.ปทุมวัน กำลังเร่งประสานข้อมูลจากทาง สน.จรเข้น้อย ด้วยว่า นายบุญธรรม เป็นคนพื้นเพที่ใดและความน่าจะเป็นว่าหลังหลบหนีไปแล้วจะไปพักอาศัยกับใครได้บ้างเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป”พ.ต.ท.พนม กล่าว
สำหรับประวัติ นายบุญธรรม ผู้ต้องหารายนี้นั้นเคยก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ สภ.เปร็ง จ.สมุทรปราการ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 369/2554 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เปร็ง สืบทราบว่า นายบุญธรรม กับเพื่อนที่ร่วมกันก่อเหตุชื่อ นายสุรเดช หรือลี ปิ่นนิ่ม อายุ 33 ปี ได้หลบหนีไปกบดานในบ้านเลขที่ 51 ซอยชุมทอง-ลำต้อยติ่ง 5 แขวงชุมทอง เขตลาดกระบัง ท้องที่ สน.จรเข้น้อย
จากนั้นฝ่ายสืบสวน สภ.เปร็ง จึงประสานกับตำรวจ สน.จรเข้น้อย นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย ไว้ได้พร้อมอาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 9 มม. 21 นัด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองยาว 14 นัด เสื้อเกราะ 1 ตัว ยาบ้า 20 เม็ด ยาไอซ์ 0.5 กรัม อุปกรณ์เสพยา และวิทยุสื่อสาร 2 ตัว แต่ขณะตำรวจบุกเข้าชาร์จปรากฏว่า นายบุญธรรม ใช้อาวุธปืนขนาด 9มม.ยิงสวนออกมาหวังจะเปิดทางหลบหนี ทำให้ถูกชุดจับกุมตัดสินใจยิงตอบโต้เข้าไปถูกแขนขวาได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจ







