
แก้ประกาศ"อุ้มบุญ"เพิ่มห้ามโฆษณา-เพศเดียวกัน
แพทยสภาแก้ประกาศเกี่ยวข้องอุ้มบุญเพิ่มห้ามโฆษณา-ดำเนินการในคู่รักเพศเดียวกัน ตั้ง2กรรมการเอาผิดหมออุ้มบุญให้พ่อแม่ออสเตรเลีย
แพทยสภาแก้ประกาศเกี่ยวข้องอุ้มบุญเพิ่มห้ามโฆษณา-ดำเนินการในคู่รักเพศเดียวกัน ตั้ง2กรรมการเอาผิดหมออุ้มบุญให้พ่อแม่ออสเตรเลีย
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมการแพทยสภา ยังเห็นชอบให้แก้ประกาศแพทยสภา ที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญ โดยจะห้ามการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริจาคเซลล์สืบพันธุ์หรือหญิงที่รับตั้งครรภ์ ในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าซื้อขายหรือรับจ้างตั้งครรภ์, ห้ามโฆษณาแพร่หลายว่ามีไข่บริจาค หรือมีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน
นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้ดำเนินการเพื่อคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันหรือไม่มีคู่สมรส และห้ามมิให้สถานพยาบาลหรือผู้ให้การรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เป็นคนกลาง หรือร่วมกับนายหน้าจัดการ หรือนำเสนอ จัดหา หรือ นำเข้า/ส่งออก ไข่บริจาค หรือตัวอ่อนบริจาค หรือจัดหาสตรีเพื่อมารับตั้งครรภ์แทน โดยประกาศฉบับใหม่ จะมีผลทันทีในเดือน ก.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม ประกาศแพทยสภา จะสามารถเอาผิดได้เฉพาะแพทย์เท่านั้น หากผู้ที่กระทำผิดไม่ใช่แพทย์ จะต้องใช้กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เลขาธิการแพทยสภา กล่าวอีกว่า แพทยสภาได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ... ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบและเตรียมเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่ามีมิติทางสังคมที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น กรณีเด็กมีปัญหา จะให้ใครรับผิดชอบ, กรณีผู้รับอุ้มบุญเป็นโรค, ใครเป็นผู้รับผิดชอบกรณีพิสูจน์หาญาติทางสายเลือด และการนำเด็กออกนอกประเทศ ซึ่งจะนำประเด็นเหล่านี้ไปหารือต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการแพทยสภา ยังได้เห็นชอบร่างประกาศ เรื่อง มาตรฐานในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์เพื่อให้ทันความก้าวหน้าในทางการแพทย์” ตามที่ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยเสนอเพื่อควบคุมแพทย์ทั้งประเทศ โดยจะดูแลแพทย์ที่ได้รับอนุญาตในการทำอุ้มบุญ ให้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง และจะเชิญแพทย์ที่ได้รับการรับรองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจำนวน 240 คน จาก 45 สถานบริการที่ได้รับอนุญาตมาหารือ และหาทางออก ในวันที่ 29 ส.ค.นี้
นอกจากนี้มติที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา มีมติตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 2 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการจริยธรรมเฉพาะกิจ มี พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการแพทยสภา เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ มีตนเองเป็นประธาน เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการอุ้มบุญผิดกฎหมาย โดยจะเริ่มต้นจากกรณีหญิงไทยที่รับจ้างอุ้มบุญให้กับชาวออสเตรเลีย ซึ่งขณะนี้รับข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ 2 คน และคลินิก จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แล้ว โดยคณะอนุกรรมการจริยธรรมเฉพาะกิจ จะสามารถเริ่มทำงานได้ทันทีในวันพรุ่งนี้ (15 ส.ค.) ส่วนกรณีอุ้มบุญให้ชาวญี่ปุ่นนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
“เหตุที่ต้องตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจ เนื่องจากคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สังคมสนใจ โดยคณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ 4 ท่าน จะพิจารณาว่า มีการผิดจริยธรรมหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าผิด ก็จะมีการส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ โดยเร่งด่วน ให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ หากมีการพิจารณาความผิดแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอุ้มบุญผิดกฎหมายเพิ่มเติม ก็จะใช้กลไกของคณะอนุกรรมการ 2 ชุดนี้ พิจารณาได้ทันที”นพ.สัมพันธ์ กล่าว
เลขาธิการแพทยสภา กล่าวอีกว่า โทษของแพทยสภาที่ระบุไว้ มีตั้งแต่การว่ากล่าว ตักเตือน หรือให้พักงาน 1 เดือน – 2 ปี ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ อย่างไรก็ตาม การฝ่าฝืนประกาศแพทยสภา มักจะได้รับโทษหนักทุกครั้ง







