
คสช.ดันร่างกม.คุมม็อบ"ห้ามกีดขวางสถานที่ราชการ"
สาระสำคัญเรื่องเงื่อนไขการชุมนุม สถานที่ต้องไม่กีดขวางสถานที่ราชการ- ไม่ให้ชุมนุมข้ามคืน
โดย....เอกชัย จั่นทอง
ในที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. เตรียมฟื้นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ…. แต่เดิมเมื่อครั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามดันร่างดังกล่าวแต่ค้างอยู่ในวุฒิสภาก่อนตกไป ถัดมาร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาติดขัดอยู่ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สุดท้ายกฎหมายฉบับนี้แท้งทำคลอดไม่สำเร็จ จนกระทั่งล่าสุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.สั่ง สตช. ทบทวน พ.ร.บ. ดังกล่าวขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่โดยมีเนื้อหาไฮไลท์สำคัญ คือกฎเกณฑ์ให้ ผู้ชุมนุมอยู่ในขอบเขตที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ทำตาม อารมณ์จนเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์เอาไว้ไม่ได้ มีการกำหนดโทษรุนแรงสำหรับแกนนำที่ยั่วยุให้เกิดเหตุรุนแรง เพราะ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เป็นเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวที่ควบคุมไม่ให้เหตุการณ์ ชุมนุมประท้วงบานปลายได้ในอนาคต
ย้อนไปดูการชุมนุมในช่วงก่อน แต่เดิมประชาชนสามารถออกไปชุมนุมตามกฎหมายได้ทุกเวลา ถ้าหากตัวร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ถูกนำมาประกาศใช้ ต่อไปจะเป็นการชุมนุมแบบกำหนดเวลาชัดเจน สมมติให้ชุมนุมได้ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. หลังจากนั้นตำรวจสามารถเข้าเคลียร์พื้นที่การชุมนุมได้ทันที ใครฝ่าฝืนถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด เพราะคงไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำลายความเสียหายต่อภาพลักษณ์และกลไกทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างย่อยยับ การท่องเที่ยว และการลงทุนขาดความเชื่อมั่น เหมือนการชุมนุมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหาก ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ…สำเร็จผ่านวุฒิสภาได้ ไม่ต่างอะไรจากการยื่นดาบอาญาสิทธิ์ให้ตำรวจได้จัดการกับผู้ชุมนุมได้อย่างเต็มที่ เพราะเมื่อใดที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ ภายใต้กรอบ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เจ้าหน้าที่ก็กล้าพอที่จะเข้าไปดำเนินการดูแลไม่ให้กลุ่มที่ไม่หวังดี กับผู้ชุมนุมเข้ามาสร้างสถานการณ์ หรือผู้ชุมนุมที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย เพราะสุดท้ายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เอื้ออำนวยให้ตำรวจสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น และเป็นเกราะเพชรกันไม่ให้ถูกดำเนินคดีในภายหลังด้วย
แม้กระนั้นก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการปราบปราม ในขั้นตอนแบบอย่างสากลของการสลายการชุมนุมที่เจ้าหน้าที่จะใช้มี 7 ระดับ คือ 1.จัดรูปขบวนตั้งแนวแสดงกำลังที่อาจทำให้ผู้ชุมนุมเปลี่ยนแนวความคิด 2.ใช้โล่ดัน หากผู้ชุมนุมจะบุกรุกเข้ามา 3.ใช้น้ำฉีด 4.ใช้เครื่องกระจายเสียงระดับสูง (ทำให้หูดับ) 5.แก๊สน้ำตา 6.ใช้กระบอง และ 7.หากจำเป็นจริงๆ อาจต้องใช้กระสุนยาง
ภาพความเสียหายจากการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายพยายามหาทางควบคุมการชุมนุมแบบละมุนละม่อมเพราะเคยมีบทเรียนกับผู้รักษากฎหมายหลังพยายามควบคุมการชุมนุมให้สงบเรียบร้อย ย้อนไปเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพธม. ได้สร้างความทรงจำแสนสาหัสให้กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ถูกคำสั่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯที่รัฐสภา ถูกฟ้องในกรณีการออกประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร สุดท้ายผู้รักษากฎหมายถูกดำเนินคดีเสียเอง
สำหรับเนื้อหาร่างพรบ.ฉบับนี้ ล่าสุด พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) ระบุ ว่า เนื้อหาหลักคือก่อนการชุมนุมต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าที่เบื้องต้นกำหนดไว้อย่างน้อยภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่มาก เป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบไม่ใช่เป็นการขออนุญาต แต่เป็นการแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้สามารถจัดเตรียมกำลังในการอำนวยความสะดวก จัดการจราจร แจ้งประชาชนให้รับทราบ แต่ถ้ามาดูพื้นที่แล้วเข้าเงื่อนไขไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็อาจจะขอให้เลิกชุมนุม เช่น ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลพินิจให้เลิกการชุมนุม
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษ นอกจากนั้นยังมีสาระสำคัญเรื่องเงื่อนไขการชุมนุม สถานที่ต้องไม่กีดขวางสถานที่ราชการ โรงพยาบาล สถานทูต สถานที่ราชการ มีการกำหนดเรื่องเวลาในหลายๆประเทศต้องกำหนดเวลาตอนนี้ก็มีการเสนอให้ชุมนุมได้เวลา 06.00 น.-22.00 น.ถ้าหลัง 22.00 น.ก็อาจจะไปรบกวนชีวิตปกติของคนอื่น เป็นต้น ไม่ให้ชุมนุมข้ามคืน
อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนในรายละเอียดมากต้องแก้ไขปรับปรุงตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์และคิดว่าหลังจากยกร่างเสร็จก็ต้องมีการเชิญสื่อมวลชนมารับฟังความคิดเห็น ทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆก่อนจะเสนอสนช.เพื่อเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป ย้ำว่าต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะกระทบสิทธิบ้าง
สำหรับบทลงโทษในร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะที่กระทบต่อความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะผู้ใดซึ่งมิได้แจ้งการชุมนุม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท และหากเชิญชวน หรือนัดหมายให้ผู้อื่นเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







