
การปฏิรูปด้านความมั่นคงของชาติ(2)
ภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของชาติในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้มาจาก “ธรรมชาติ” แต่มาจาก “คน” โดยตรง บ้านเมืองที่เกิดปัญหาวุ่นวาย ไร้เสถียรภาพ ใช้ความรุนแรง มาจากฝีมือของคนทั้งสิ้น และคนที่ว่านี้ คือ “นักการเมือง” โดยเฉพาะนักการเมืองที่ไม่ดี ใช้อำนาจเผด็จการ ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ กอบโกยผลประโยชน์เพื่อตนเองและพรรคพวกเป็นสำคัญ ครอบงำระบบราชการทั้งหลายทั้งปวง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลาง ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่คน ทำร้ายคนที่มีความเห็นต่าง ถึงขั้นใช้ความรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเสียหายด้านทรัพย์สิน กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงกว้างขวาง การบริหารนโยบายที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ดังที่ คสช.ใส่ไว้ในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
ภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของชาติในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้มาจาก “ธรรมชาติ” แต่มาจาก “คน” โดยตรง บ้านเมืองที่เกิดปัญหาวุ่นวาย ไร้เสถียรภาพ ใช้ความรุนแรง มาจากฝีมือของคนทั้งสิ้น และคนที่ว่านี้ คือ “นักการเมือง” โดยเฉพาะนักการเมืองที่ไม่ดี ใช้อำนาจเผด็จการ ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ กอบโกยผลประโยชน์เพื่อตนเองและพรรคพวกเป็นสำคัญ ครอบงำระบบราชการทั้งหลายทั้งปวง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลาง ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่คน ทำร้ายคนที่มีความเห็นต่าง ถึงขั้นใช้ความรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเสียหายด้านทรัพย์สิน กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงกว้างขวาง การบริหารนโยบายที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ดังที่ คสช.ใส่ไว้ในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
สิ่งเหล่านี้ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก บ้านเมืองจะเดินย่ำซ้ำรอยอยู่กับที่เช่นนี้ต่อไปไม่ได้ ประชาชนฝากความหวังไว้กับ คสช.และรัฐบาลชั่วคราว ที่จะฟื้นฟูความสงบสุข นำความสุขคืนสู่ประชาชน คนที่ทำร้ายบ้านเมืองต้องไม่มีที่ยืนในสังคม
มาตรการในบริหารจัดการความมั่นคงของชาติ เพื่อให้ชาติมีความมั่นคงนั้น คสช.และรัฐบาลมี “เครื่องมือ” หลายประการที่สามารถนำไปใช้ได้ แต่ต้อง “เลือกมาตรการที่ถูกต้อง เหมาะสม ได้สัดส่วน ถูกจังหวะเวลา สอดคล้องกับตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” เครื่องมือหลักที่จะใช้ในการบริหารจัดการให้ประเทศมีความมั่นคง ประกอบด้วย (1) กองทัพที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมที่จะรักษาอธิปไตยของประเทศและป้องกันภัยคุกคามจากนอกประเทศ และสงครามกลางเมืองในประเทศ (2) เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งไทยมีฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งอยู่แล้วและได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ แต่ถูกนำไปรับใช้ผลประโยชน์ของนักการเมืองบางกลุ่ม ต้องกระจายทรัพยากรของชาติไปทุกกลุ่ม (3) การทูตที่มีประสิทธิภาพ นักการทูตมืออาชีพใช้การต่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช้การต่างประเทศไปรับใช้ผลประโยชน์นักการเมือง (4) การข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ โดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองมืออาชีพ ไม่รับใช้นักการเมือง (5) การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลางถูกครอบงำจากนักการเมือง (6) การเมืองของประเทศมีประสิทธิภาพ พร้อมกับระบบราชการที่เข้มแข็ง ที่ไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง
ประเทศไทยมีพื้นฐานความแข็งแกร่ง ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างพลังอำนาจของชาติ คนจีนพูดถึงเมืองไทยว่า มีดีหลายอย่าง คือ (1) เป็นศูนย์กลางอาหารโลก (2) มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์จนเรียกว่า “สุวรรณภูมิ” (3) ไม่ได้อยู่ในเขตแผ่นดินไหว (4) ไม่อยู่ในเขตที่มีพายุรุนแรง (5) ไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมของตะวันตก (6) ไทยไม่เคยแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 (7) คนไทยมีสิทธิเสรีภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก (8) มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานเพื่อประชาชน (9) มีพุทธศาสนาที่เจริญที่สุด และพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ
ช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้และในอนาคต ภัยคุกคามของไทยมาจากในประเทศเป็นสำคัญ การบริหารจัดการความมั่นคงของประเทศจึงต้องเน้นไปที่ “ความมั่นคงของมนุษย์” ให้คน “ปลอดจากความหิวโหย” ที่รัฐต้องแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนส่วนใหญ่ และ “ปลอดจากความหวาดกลัว” ประชาชนได้รับหลักประกันด้านสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงและได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
ลำดับความสำคัญเร่งด่วนสำหรับ คสช. จึงเป็นการ “ปฏิรูปคน” โดยเฉพาะปฏิรูป “วิธีคิด” ของคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อ การปลุกปั่น หลอกลวงของ “นักการเมืองไม่ดี” ที่ทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งการสร้างเยาวชนที่มีเป็นคนดี มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันหลักของชาติ ต่อบ้านเมือง เป็นการให้ “ความรู้ ความเข้าใจ” เพื่อก่อให้เกิด “ปัญญา” โดยใช้ “สติ” กำกับ พวกเขาก็จะสามารถแยกแยะ “ความดี” ออกจาก “ความชั่ว” ได้ ดังนั้นภารกิจหนักจึงอยู่ที่การปฏิรูประบบและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรมเป็นสำคัญ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพื่อลดความยากจน ความหิวโหย
สร้างสังคมที่เป็นธรรม ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย นอกจากนั้นต้องปฏิรูปเด็กและเยาวชนและระบบการศึกษาของชาติชนิดต้องรื้อกันใหม่ทั้งหมด ปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อชาติบ้านเมืองกันใหม่ ฟื้นฟู “ความรู้สึกของความเป็นชาติ” ขึ้นใหม่ ให้เด็กและเยาวชนรู้ “ที่มาที่ไป” ของตน และภูมิใจในความเป็นไทย ประวัติศาสตร์ไทยและสถาบันหลักของชาติที่ยึดเหนี่ยวคนไทยไว้ด้วยกัน
ทรัพยากรของชาติมีเพียงพอสำหรับการจัดสรรให้กับคนไทยทุกคน ไม่ให้นักการเมืองและพ่อค้าผูกขาดทรัพยากรให้กับตนและพรรคพวกภายใต้ระบอบ “ทุนนิยมโลกาภิวัตน์กอบโกยผูกขาด” การมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจนโดยการจัดสรรทรัพยากรชาติอย่างเป็นธรรม และการใช้หลักทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” จึงเป็นความสำคัญเร่งด่วนลำดับต้นๆ เมื่อประชาชนมีการกินดีอยู่ดีขึ้น ชาติก็มีความมั่นคง ดังที่นายพลดไวท์ ไอเซนฮาวร์ อดีตประธานาธิบดีอเมริกา เคยพูดว่า “ความมั่นคงของชาติ แยกกันไม่ออกกับการกินดีอยู่ดีของประชาชน”
ปัญหาหลักด้านความมั่นคงของชาติ หลายฝ่ายสรุปตรงกันว่า มาจากฝ่ายการเมืองหรือนักการเมืองไม่ดีเป็นสำคัญตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับท้องถิ่น ดังนั้นการคัดกรองบุคคลเข้าสู่สภาและรัฐบาลที่จะไปใช้อำนาจและทรัพยากรของประเทศ ควบคุมการใช้อำนาจและการเอาออกจากอำนาจ ป้องกันการ “ผูกขาดทางการเมือง” และต้องทำลาย “เผด็จการประชาธิปไตย” ให้ได้ที่ต้องทำอย่างจริงจัง เข้มงวด มีบทลงโทษรุนแรง กล่าวกันว่า เมืองไทยเรานี้หากได้นักการเมืองดี สะอาด บ้านเมืองก็ดีไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดังนั้น คสช.ต้องดำเนินตามพระราชดำรัสให้ได้ นั่นคือ “การส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” บ้านเมืองก็จะมีความปกติสุข ปัญหาความมั่นคงของเมืองไทยเกิดจากคนทั้งสิ้น จึงต้องแก้ที่คน นั่นคือ การปฏิรูปคน ปฏิรูปความคิดของคน โดยเฉพาะนักการเมืองทุกระดับ ที่เป็นผู้ใช้อำนาจและจัดสรรทรัพยากรชาติ จัดการอย่างเด็ดขาดต่อกลุ่มบุคคลที่ทำร้ายประเทศชาติและประชาชน
คณะกรรมการปฏิรูปหลายด้านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปความมั่นคงอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องการ คือ นักบริหารจัดการความมั่นคงของชาติอย่าง “มืออาชีพ” อย่างไรก็ตามไม่ว่าระบบจะดี บุคลากรดี แต่ต้องได้ “ผู้นำดี” ด้วย ถ้าเราได้ผู้นำประเทศดี ประเทศไทยก็เจริญก้าวหน้า มั่นคง แต่โชคร้ายที่ระยะหลังประเทศไทยมักจะ “อาภัพผู้นำดี” แต่ความตั้งใจจริง เข้มแข็ง เด็ดขาด ของ คสช.น่าจะมีส่วนช่วยในการบริหารจัดการความมั่นคงของชาติได้ไม่มากก็น้อย







