posttoday
ลูกแรงงานต่างด้าว!

ลูกแรงงานต่างด้าว!

14 สิงหาคม 2557

ดร.จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ อธิบายว่า จากรายงานของ ITUC หรือ International Trade Union Confederationระบุในปี 2014 นี้

ดร.จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ อธิบายว่า จากรายงานของ ITUC หรือ International Trade Union Confederationระบุในปี 2014 นี้

“ไทยมีการดูแลแรงงานอยู่ในระดับ 4 ซึ่งเกณฑ์มีอยู่ 5 ระดับ และระดับ 5 เป็นระดับต่ำสุด” เด็ดกว่านั้น ITUC ระบุว่า ไทย “ละเมิดสิทธิแรงงาน...อย่างเป็นระบบ!”

แปลว่า เราให้ความสนใจกับการคุ้มครองสิทธิและประกันคุณภาพชีวิตน้อยจริงๆ จังๆ

ดัชนีชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของมหานครในทวีปเอเชียนั้น เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ต้องถือว่าคนกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวน้อยติดอันดับต่ำสุดๆ

ทีนี้มาดูเรื่องเด็ก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ประมาณการว่า เรามีเด็กในภาวะยากลำบากอยู่จำนวนมาก เท่าที่แจกแจงได้มี เด็กกำพร้า 9 หมื่นคน เด็กในสถานพินิจ 6 หมื่นคน เด็กในชนบทห่างไกล 1.6 แสนคน เด็กไร้สัญชาติ 3 แสนคน เด็กพิการ 1.7 ล้านคน เด็กยากจน 3 ล้านคน เด็กในพื้นที่ความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 5 หมื่นคน

ที่เหลือยังไม่ได้แจงนับออกมา เช่น เด็กเร่ร่อน เด็กถูกบังคับขายแรงงาน เด็กติดสารเสพติด เด็กติดเชื้อ HIV รวมทั้งเด็กที่เป็นลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาตามพ่อแม่ และที่เกิดในไทย แต่ไร้ตัวตนในทางทะเบียนอีก ซึ่ง สสค.คาดว่าน่าจะมีถึง 2.5 แสนคน

ดังนั้น ถ้าหากผู้ขายแรงงานในไทยถูกละเมิดสิทธิแรงงาน...อย่างเป็นระบบ คิดดูเถิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กลูกแรงงานต่างด้าวที่ไร้อำนาจต่อรอง เพราะแม้แต่ผู้ปกครองก็ถูกละเมิดสิทธิแรงงาน

หนักไปกว่านั้น...ถ้าเด็กเหล่านั้นไม่มีเหลือแม้กระทั่งผู้ปกครอง!

แล้วเขาจำนวนมากเหล่านี้ จะโตขึ้นมาเป็นอะไรในสังคมไทย...ผลักดันส่งกลับหรือ? จะไปไหนได้ในเมื่อพวกเขาไม่มีความผูกพันกับที่ไหนๆ เลย นอกจาก...เมืองไทย

นานๆ ที เราจะได้รับรู้ความสามารถเด่นๆ ของเด็กไทยยากไร้ และเด็กต่างด้าวไร้สัญชาติว่ามีความสามารถอย่างนั้นอย่างนี้ พับจรวดได้เก่งจนส่งประกวดนานาชาติได้ เล่นกีฬาได้เด่นจนมีโอกาสได้รับเชิญไปแสดงตัว หรือไปแข่งขันในที่ต่างๆ หรือคัดเขียนภาษาไทยได้สวยงามจนเป็นข่าวคราวโด่งดัง

นับว่าน่าชื่นชม...ถ้าเราให้โอกาสเด็กๆ พวกเขาจะสามารถแสดงศักยภาพออกมา ให้เห็นพลังบวกได้อีกแยะ...เกินคาด

สังคมไทยเคยมองแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองมาว่าเป็นภาระล้วนๆ และมุ่งหมายจะเล่นงานพวกเขาในฐานะคนเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่นาน

จนต่อมาเกือบปี 2544 ทัศนคติก็เปลี่ยนไป...จากมองว่าเป็นภาระก็เริ่มมองว่าเป็นความจำเป็น...ไม่ใช่จำเป็นของเขานะ...แต่เป็นความจำเป็นของเรา...เดี๋ยวนี้เรารับได้แล้วที่จะเห็นคนขายของในตลาดสด คนเสิร์ฟในร้าน คนบริการเติมน้ำมัน คนรับจ้างแต่งสวน เป็นแรงงานต่างด้าวแทบทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ทัศนคตินี้ยังไปไม่ถึงเด็กๆ ต่างด้าวทั้งที่ไร้และไม่ไร้สัญชาติ ที่ว่าไปไม่ถึงนั้นไม่ได้บอกเฉพาะว่าเป็นด้านบวกเท่านั้นที่ยังไม่ถึง แต่รวมด้านลบด้วยคือ ยังไม่ได้นึกว่าจะเอายังไงดี เพื่อกำหนดระดับมาตรฐานสังคม

หลายโรงเรียนต่างจังหวัดที่มีเด็กต่างด้าวเข้าเรียนมากๆ ผู้ปกครองไทยบางกลุ่มก็ห่วงว่า ลูกตัวกำลังถูกห้อมล้อมด้วยเด็กต่างด้าวมากไปหรือเปล่า บ้างก็ย้ายลูกไทยหนี ซึ่งพอเข้าใจได้ แต่นโยบายที่เหมาะสมในเรื่องนี้นั้น ไม่ว่าจะจากรัฐหรือจากมาตรฐานที่สังคมบัญญัติเองก็ยังไม่ค่อยมี ความไม่ลงตัวแบบนี้ไม่ได้เกิดแต่ในไทยแต่ในอีกหลากหลายแห่งทั่วโลก อย่างไรก็ตามดร.จุฬาภรณ์ รายงานกระแสความเคลื่อนไหวในระดับสากลซึ่งมีการประชุมถอดบทเรียนไว้ว่า

1.เด็กลูกแรงงานต่างด้าวในโลก ล้วนจะกลายเป็นพลเมืองและกำลังสำคัญของพื้นที่ต่างๆ ในอนาคต ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงควรมีนโยบายพัฒนาคนกลุ่มนี้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม

2.การจัดการศึกษาให้เด็กกลุ่มนี้ ต้องคำนึงถึงมิติของพวกเขาเป็นหลัก หลักสูตรและวิธีการที่ใช้กับเด็กปกติที่เป็นพลเมืองของชาติอยู่แล้ว บ่อยครั้งไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เด็กลูกแรงงานต่างด้าวเหล่านี้จะเผชิญ และมักต้องเผื่อความพร้อมด้านอาชีพมากกว่า พวกเขายังต้องมีความเป็นนานาชาติ มีความบูรณาการกับเวลาของชีวิตปัจจุบันของพวกเขา เข้าใจบทบาทด้านชาติพันธุ์ของเขา

ฟังดูแล้วเหมือนภาระไหมครับ แต่ลองสงบใจถามตัวเองใหม่...ถ้าไม่ทำเช่นนี้...เราสามารถหวังให้เด็กๆ เหล่านี้กลายเป็นหนุ่มสาวแบบปกติได้แค่ไหน เงื่อนไขที่ยากในการดำเนินกิจกรรมให้เด็กกลุ่มนี้ คือ พ่อแม่เด็ก ซึ่งมักมีทัศนคติที่หวาดระแวงว่าเด็กจะถูกพรากไป หรือจะถูกจับกุม อีกส่วนคือการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มทำได้ยาก ด้วยภาษาที่แตกต่าง ทัศนคติที่แตกต่างต่อการศึกษา

เราคนไทยเจ้าของประเทศ...ต้องเข้าใจว่ากระแสการหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานข้ามชาติ และกระแสความต้องการแรงงานของไทยนั้น...ไม่หมดไปแน่นอน... อย่างมากก็เปลี่ยนจากภูมิภาคหนึ่งไปเป็นมาจากอีกภูมิภาคหนึ่ง

เราจึงต้องปรับทัศนคติด้วยเหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท