
ทำให้ชัดเจน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โยมิอูริ ชิมบุน ของญี่ปุ่นแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ในอิรัก โดยระบุชัดว่าการตัดสินใจเปิดฉากเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แม้จะขัดแย้งกับจุดยืนของผู้นำสหรัฐรายนี้ที่เดินหน้าถอนทหารออกจากอิรักได้สำเร็จเมื่อปี 2011
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โยมิอูริ ชิมบุน ของญี่ปุ่นแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ในอิรัก โดยระบุชัดว่าการตัดสินใจเปิดฉากเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แม้จะขัดแย้งกับจุดยืนของผู้นำสหรัฐรายนี้ที่เดินหน้าถอนทหารออกจากอิรักได้สำเร็จเมื่อปี 2011
สถานการณ์ภายในอิรักขณะนี้ร้ายแรงเกินควบคุม หลังจากที่กองกำลังติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เครือข่ายก่อการร้ายในซีเรียเดินหน้ารุกคืบพื้นที่สำคัญหลายแห่ง เช่น แท่นขุดน้ำมัน และระรานชนกลุ่มน้อยต่างศาสนาอื่นในอิรัก จนเสี่ยงทำให้ประเทศแตกเป็นเสี่ยงๆ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงจากผลพวงของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลประธานาธิบดี โอบามา ไม่มีการเอ่ยถึงทางออกของปัญหาในอิรักอย่างชัดเจน โดยต้องไม่ลืมว่าการใช้กำลังทางทหารไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป ทั้งยังเสี่ยงทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านสหรัฐหากใช้นานเกินไป
บทบรรณาธิการนี้สรุปด้วยการเสนอแนะว่า เพื่อให้อิรักเกิดเสถียรภาพในระยะยาว สหรัฐควรร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างอิหร่านและซาอุดิอาระเบียในการใช้แนวทางการทูตสนับสนุนการสร้างความสมานฉันท์ภายในสังคมและชุมชน ซึ่งหมายรวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลผสมจากทุกฝ่ายคือ มุสลิมชีอะห์ มุสลิมสุหนี่ กลุ่มชาวเคิร์ด และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ทุกกลุ่มให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพอิรัก







