posttoday
ความท้าทายของการขับเคลื่อนการปฏิรูปให้สำเร็จ

ความท้าทายของการขับเคลื่อนการปฏิรูปให้สำเร็จ

13 สิงหาคม 2557

อีกไม่ถึง 2 เดือน ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปจะเริ่มต้นอย่างเข้มข้นภายหลังการเปิดสภาปฏิรูป โจทย์เรื่องการปฏิรูปนับเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงของความเป็นห่วงเกิดขึ้นมาพร้อมกันว่า ทำอย่างไรจะให้กระแสของการปฏิรูปครั้งนี้เกิดความก้าวหน้าและผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ไม่ติดหล่มซ้ำรอยการปฏิรูปครั้งที่ผ่านๆ มา

อีกไม่ถึง 2 เดือน ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปจะเริ่มต้นอย่างเข้มข้นภายหลังการเปิดสภาปฏิรูป โจทย์เรื่องการปฏิรูปนับเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงของความเป็นห่วงเกิดขึ้นมาพร้อมกันว่า ทำอย่างไรจะให้กระแสของการปฏิรูปครั้งนี้เกิดความก้าวหน้าและผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ไม่ติดหล่มซ้ำรอยการปฏิรูปครั้งที่ผ่านๆ มา

เงื่อนไขและปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่เชื่อมโยงกับการทำงานของ “สภาปฏิรูป” มีอย่างน้อย 6 ประการ ดังนี้

1.จุดยืนและสถานะของสภาปฏิรูป : สภาปฏิรูปควรเป็นพื้นที่ของการทำงานปฏิรูปที่เปิดเชื่อมกับภาคประชาสังคม เครือข่าย องค์กร และบุคคลจำนวนมากในทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด ที่ทำงานเกี่ยวโยงกับโจทย์หัวข้อการปฏิรูปทั้ง 11 ประเด็น สร้างพื้นที่ทางการเมืองและสังคมที่เปิดกว้าง นำพลังทางสังคมมาเป็นแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปครั้งนี้ให้เกิดความก้าวหน้าและเกิดผลสำเร็จ

ดังนั้น สภาปฏิรูปควรวางสถานะเป็นกลไกในการอำนวยการและขับเคลื่อนกระบวนการที่ให้ประชาชนมาร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศ แสวงหาแนวทางปฏิรูปและสร้างฉันทามติร่วมกัน โดยประชาชนเป็นเจ้าของ กระบวนการนี้ ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงเนื้อหาสาระอย่างสร้างสรรค์

2.วิธีและกระบวนการทำงาน : ในสภาพการณ์ปัจจุบันตัวแสดงทางการเมือง (Political Actors) ซึ่งจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของการทำงานเรื่องการปฏิรูปแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ

กลุ่มที่หนึ่ง เป็นกลุ่มที่พร้อมทำงานเชื่อมโยงกับสภาปฏิรูปโดยตรง ซึ่งแต่ละเครือข่ายหรือองค์กรในกลุ่มนี้จะมีระยะห่างและความสัมพันธ์ต่างกันหลายรูปแบบ เช่น บางองค์กรพร้อมเข้าไปทำงานเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป บางองค์กรมีจุดยืนที่จะทำงานปฏิรูปอยู่ภายนอกสภาปฏิรูป ทำงานแบบคู่ขนาน ฯลฯ

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ทำงานเชื่อมโยงกับสภาปฏิรูปโดยทางอ้อม โดยผ่านทางเครือข่ายหรือองค์กรอื่น เช่น การเสนอกฎหมายผ่านคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพื่อต่อเชื่อมไปยังสภาปฏิรูป เป็นต้น

กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่รักษาระยะห่างจากสภาปฏิรูป มุ่งเน้นทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปกับสังคม มีข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปผ่านสื่อและเวทีต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ

กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มที่มีจุดยืนทางการเมืองว่าไม่ยอมรับสภาปฏิรูป และยังไม่มีการเคลื่อนไหวทำงานเรื่องการปฏิรูปในช่วงเวลานี้

ในการทำงานของสภาปฏิรูป ควรคำนึงถึงการให้พื้นที่และการเชื่อมโยงให้เข้าถึงตัวแสดงทางการเมืองทั้ง 4 กลุ่มในสังคมที่มีจุดยืนความคิดความต้องการแตกต่างกัน แม้แต่กลุ่มที่มีความรู้สึกต่อต้าน ไม่ยอมรับสภาปฏิรูปก็ควรมีพื้นที่ที่จะแสดงความคิดเห็นในกรอบของการปฏิรูปในด้านต่างๆ ได้ รวมทั้งการทำให้กลุ่มที่สามและกลุ่มที่สี่เกิดความไว้ใจและเชื่อมั่นในกระบวนการปฏิรูป และเข้ามามีส่วนร่วมได้มากที่สุดในกระบวนการปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์ มีข้อเสนอแนะในเชิงสารัตถะ

3.รูปแบบการสร้างการมีส่วนร่วมที่เปิดกว้างและหลากหลาย : ในช่วงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา มีประชาชนที่ตื่นตัวเป็นจำนวนมาก มีคนร่วมชุมนุมบนท้องถนนกว่า 56 ล้านคน ซึ่งมีจุดร่วมส่วนใหญ่อยู่ที่เรื่องการปฏิรูป โจทย์ท้าทายในประเด็นนี้จึงอยู่ที่ว่าจะสร้างรูปแบบการมีส่วนร่วมที่หลากหลาย เปิดกว้าง และดึงพลังความตื่นตัวเหล่านี้มาเป็นแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปครั้งนี้ได้อย่างไร

4.การจำแนกแนวทางปฏิรูปในเชิงเวลา ผู้รับผิดชอบ แนวทางที่เป็นกฎหมายและไม่ใช่กฎหมาย : บทเรียนจากการปฏิรูปครั้งที่ผ่านๆ มาชี้ให้เห็นว่า ความปรารถนาดีที่จะผลักดันการปฏิรูปทุกเรื่องไปพร้อมกันเป็นสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้การปฏิรูปขับเคลื่อนได้ยาก ไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง เนื่องจากเป็นการลดทอนกำลังที่มีอยู่และมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร

ดังนั้น ควรกำหนดจัดแบ่งแนวทางปฏิรูปในแต่ละหัวข้อที่ควรทำสำเร็จในช่วง 1 ปี กับหลังช่วง 1 ปี และแนวทางปฏิรูปที่เป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย หรือจัดทำกฎหมายใหม่กับแนวทางปฏิรูปที่ไม่ต้องรอการปรับแก้ไขกฎหมาย เพื่อสร้างความชัดเจนของแนวทางปฏิรูปและเป็นการจัดลำดับความสำคัญของภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จในช่วง 1 ปี

นอกจากนี้ ควรแบ่งแยกให้ชัดเจนว่าแนวทางปฏิรูปในส่วนใดเป็นเรื่องที่เสนอต่อภาครัฐ (ข้อเสนอในแนวดิ่ง) ส่วนใดเป็นเรื่องที่เสนอต่อภาคประชาชน ต่อสังคม เป็นการบ้านร่วมกันของภาคธุรกิจ ภาคชุมชน ประชาชนทั่วไป (ข้อเสนอในแนวราบ) จากประสบการณ์ของการปฏิรูปที่ผ่านมา หากผูกเงื่อนไขหรือความหวังในการปฏิรูปไว้กับภาคการเมืองมากเกินไปจะมีความเสี่ยงสูง หากภาคการเมืองนิ่งเฉยหรือปฏิเสธ การปฏิรูปก็จะไม่ก้าวหน้าไปไหน

5.การสื่อสารเพื่อสร้างจินตนาการร่วม สร้างการมีส่วนร่วม : การสื่อสารเพื่อสร้างความไว้วางใจ ควรนำแนวคิดของการสื่อสารมวลชนเพื่อสร้างสันติสุข (Peace Journalism) หรือการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง (Conflict Transformation) มาใช้ ซึ่งมีหลักในการสื่อสารที่เน้นให้ผู้รับสารเล็งเห็นคุณค่าของกระบวนการทางการเมืองที่อยู่ในกรอบของความเคารพในกฎเกณฑ์กติกา และการให้ฝ่ายต่างๆ ได้มีการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นกว่าเดิมและการเคารพในสิทธิของมนุษย์อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยสร้างและยกระดับมาตรฐานจรรยาบรรณของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวเกี่ยวกับกระบวนการนี้ด้วย

อาจพิจารณาดูตัวอย่างการใช้การสื่อสารของสำนักงานที่ปรึกษาประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรื่องกระบวนการสันติภาพ (http://opapp. gov.ph/) ที่ใช้ในการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการยอมรับเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการทางการเมืองด้วยสันติวิธี และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการดังกล่าวด้วยวิธีที่สร้างสรรค์

6.กลไกปฏิรูปที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่องหลังจากช่วง 1 ปี : ต้องเริ่มพิจารณาถึงกลไกปฏิรูปที่มีสถานะทางกฎหมายชัดเจน และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในระยะหลัง 1 ปี และในระยะยาว (ซึ่งมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว) โดยอาจดำเนินการได้ 2 ทางเลือก

(หนึ่ง) ให้สภาปฏิรูปเป็นกลไกที่ทำงานต่อไป แต่ต้องมีการคัดเลือกหรือสรรหาสมาชิกชุดใหม่เพื่อสร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

(สอง) ในระหว่างช่วง 1 ปีแรก ให้มีการศึกษาเกี่ยวกับ “กลไกการปฏิรูปประเทศ” ระยะยาว เป็นการศึกษาโดยองค์กรที่เป็นอิสระ แล้วนำผลการศึกษานั้นมาจัดตั้งกลไกปฏิรูป ซึ่งควรพิจารณากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

ความสำเร็จของการปฏิรูปครั้งนี้ นอกจากจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเงื่อนไขอย่างน้อย 6 ประการที่กล่าวข้างต้นแล้ว หลักการสำคัญที่ต้องยึดถือไว้ คือ ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของวาระการปฏิรูปประเทศ และต้องมีส่วนร่วม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท