
หน.คสช.ชูภารกิจสนช.ถกงบปี58 -กม.เร่งด่วน
ประยุทธ์ ประชุม คสช. ย้ำสนช.ยึดพระราชดำรัส "สุจริต-เที่ยงตรง" ชูภารกิจถกงบปี 58 -กฎหมายเร่งด่วน เร่งสร้างเชื่อมั่นท่องเที่ยว
ประยุทธ์ ประชุม คสช. ย้ำสนช.ยึดพระราชดำรัส "สุจริต-เที่ยงตรง" ชูภารกิจถกงบปี 58 -กฎหมายเร่งด่วน เร่งสร้างเชื่อมั่นท่องเที่ยว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในการประชุม คสช.คณะใหญ่ครั้งที่ 10/2557 ถึงกรณีที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พุทธศักราช 2557 เมื่อวันที่ 7ส.ค. ที่ผ่านมา โดยขอให้สมาชิกสนช.และทุกฝ่ายน้อมนำพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานให้ทุกฝ่ายร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมความคิดอ่านกัน ปฏิบัติภาระหน้าที่โดยเต็มสติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ใจ ให้งานทุกด้านดำเนินไปอย่างเที่ยงตรงถูกต้อง ทั้งตามหลักนิติธรรมและเหตุผลความชอบธรรม ทั้งสำเร็จผลเป็นประโยชน์อันพึ่งประสงค์ คือความผาสุขมั่นคงของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนการปฏิบัติงานของ สนช.จากนี้ ก็จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และกฎหมายที่มีความเร่งด่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้งานภาครัฐดำเนินการต่อไปได้ สำหรับรายได้มวลรวมเฉลี่ยต่อหัว หรือ GDP ช่วงหลังของปีงบประมาณปี 2557 คาดว่าจะเติบโตได้ ร้อยละ 4 ซึ่งจะส่งผลให้ GDP รวมตลอดปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2 อันมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกประเทศจากการสู้รบ ความไม่สงบเรียบร้อยของหลายประเทศในภูมิภาค
หัวหน้า คสช.ยังกล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยด้วย โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีการทำให้เรื่องของความมั่นคงกับการท่องเที่ยวเดินหน้าไปด้วยกันได้ แม้จะยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น รวมถึงอาจมีการออกมาตรการประกันความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและได้รับบาดเจ็บ สูญเสียจากสถานการณ์ความมั่นคง
นอกจากนี้ในการใช้จ่ายงบประมาณ หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกให้ได้โดยเร็ว โดยให้สำนักงบประมาณไปดำเนินการจัดกลุ่มโครงการที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วน โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็ก ขนาดย่อย ใช้งบประมาณไม่เกิน 100 ล้าน ที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม เพื่อสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีผลสัมฤทธิ์รายไตรมาสออกมาให้เห็นและรายงานต่อ คสช.







