
บรรยากาศแย่
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันว่าบรรยากาศโลกอยู่ในสภาวะอึมครึมดูไม่สดใสนัก และกำลังฉุดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพอสมควร ทำให้การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นเป็นแหล่งแสวงหาผลกำไรเป็นหลัก สังเกตได้จากความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ดูเหมือนว่า จะคึกคักสวนทางกับบรรยากาศอึมครึมของโลกครับ
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันว่าบรรยากาศโลกอยู่ในสภาวะอึมครึมดูไม่สดใสนัก และกำลังฉุดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพอสมควร ทำให้การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นเป็นแหล่งแสวงหาผลกำไรเป็นหลัก สังเกตได้จากความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ดูเหมือนว่า จะคึกคักสวนทางกับบรรยากาศอึมครึมของโลกครับ
ไล่เรียงมาตั้งแต่การสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มาจนถึงกรณีความขัดแย้งใน ยูเครนที่ส่งผลให้เกิดการปะทะกันของมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐ/ยุโรปและรัสเซีย วิกฤตในอิรักก็ยังคงร้อนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง จากการรุกคืบของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่พยายามยึดพื้นที่อย่างแข็งกร้าวเพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามเคร่งจารีตขึ้น
สถานการณ์ในตะวันออกกลางของการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสก็ยังคุกรุ่น และยังหาทางออกระยะยาวไม่ได้ รวมไปถึงการยิงเครื่องบินพลเรือนของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ตกในภาคตะวันออกของยูเครนด้วย
ในภูมิภาคเอเชียเองบรรยากาศก็เป็นไปอย่างดุเดือดจากการกระทบกระทั่งกันทั้งทางด้านการทูตและการกระทบกันทางกายภาพตามดินแดนข้อพิพาททางทะเลระหว่างจีนและประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นคู่กรณี เช่น กรณีข้อพิพาทเหนือ หมู่เกาะเตียวหยู หรือข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจีนอย่างหนักในเวียดนามและฟิลิปปินส์ขึ้น
ขณะที่ในด้านเศรษฐกิจนั้น บรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกก็อึมครึมไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นความหวาดวิตกว่าเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนกำลังจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่กินเวลายาวนานต่อเนื่อง ส่วนญี่ปุ่นเองดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นได้ดีกับนโยบายเศรษฐกิจแบบอาเบะโนมิกส์ แต่กระนั้นในระยะหลังการเติบโตของญี่ปุ่นก็คาดว่าจะชะลอตัวลงเรื่อยๆ จากผลกระทบของการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศ และญี่ปุ่นยังต้องแบกรับกับการนำเข้าพลังงานที่มีมูลค่าสูงมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดความวิตกกังวลต่อการดำเนินนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดนโยบายคิวอี หรือการเดาต่างๆ นานา ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ทั้งทางด้านการเมืองโลกและเศรษฐกิจโลกนั้น ล้วนแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจมากขึ้นทุกที
ดังเช่นที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานไว้เมื่อวานครับ ว่าในช่วง 8 วันแรกของเดือน ส.ค.นี้ การออกสินทรัพย์เพื่อระดับทุนของภาคเอกชนทั่วโลกนั้นมีปริมาณเพียง 5.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้อยที่สุดในช่วง 1 ปี เนื่องจากภาคธุรกิจไม่ไว้ใจในสถานการณ์ที่อึมครึมในโลกนี้อย่างยิ่งนั่นเองครับ







