
โจมตีเพื่อใคร
เมแกน แอล. โอซัลลิแวน คอลัมนิสต์ประจำ บลูมเบิร์ก ได้แสดงทัศนะว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ที่สั่งโจมตีทางอากาศในอิรัก เสมือนเป็นจุดเปลี่ยนในท่าทีของสหรัฐ พร้อมกับเป็นความหวังให้ชาวเคิร์ดและชนกลุ่มน้อยเยซิดิสที่เผชิญการรุกรานจากกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลอแวนต์ (ไอเอสไอแอล) กระนั้น ก็น่าสงสัยว่าเหตุผลในการสั่งโจมตีนี้เป็นไปเพื่อมนุษยธรรมจริงหรือไม่
เมแกน แอล. โอซัลลิแวน คอลัมนิสต์ประจำ บลูมเบิร์ก ได้แสดงทัศนะว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ที่สั่งโจมตีทางอากาศในอิรัก เสมือนเป็นจุดเปลี่ยนในท่าทีของสหรัฐ พร้อมกับเป็นความหวังให้ชาวเคิร์ดและชนกลุ่มน้อยเยซิดิสที่เผชิญการรุกรานจากกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลอแวนต์ (ไอเอสไอแอล) กระนั้น ก็น่าสงสัยว่าเหตุผลในการสั่งโจมตีนี้เป็นไปเพื่อมนุษยธรรมจริงหรือไม่
น่าแปลกที่โอบามาใช้เหตุผลด้านมนุษยธรรมเป็นพื้นการสั่งโจมตี โดยใช้ภาพของเทือกเขาซินจาร์ทางตอนเหนือของอิรัก ที่ชาวเยซิดิสกว่า 4 หมื่นคน ต้องประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารและถูกสังหารอย่างทารุณ จากกลุ่มไอเอสไอแอลจนอาจกลายเป็นการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตามปัญหาการรุกคืบของไอเอสไอแอลได้กระทบผลประโยชน์ของสหรัฐเองด้วย ดังนั้นก็อาจมีเหตุผลในเชิงกลยุทธ์ที่แฝงมากับสิ่งที่โอบามาชี้ว่าเป็นการจู่โจมเพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อย
โอซัลลิแวน ได้ยกตัวอย่างปัญหาการหลั่งไหลของกลุ่มจีฮัดที่ถือหนังสือเดินทางของยุโรปเดินทางกลับ เข้าไปในชาติตะวันตก สร้างความวิตกกังวลต่อการ ก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต มิหนำซ้ำ มีรายงานว่าขีปนาวุธลูกแรกไม่ได้โจมตีกลุ่มกบฏในเทือกเขาซินจาร์ แต่มีเป้าหมายที่เมืองเออร์บิล ศูนย์กลางของกลุ่มเคิร์ด ที่คอยสนับสนุนสหรัฐ พร้อมกับร่วมรบกับกองทัพเมืองลุงแซมมาหลายครั้งแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่าอาจยังไม่มีเสียงคัดค้านจากชาวอเมริกันมากนัก แต่หากว่ารัฐบาลทำเนียบขาวเดินหน้าใช้กำลังเพื่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ แม้ว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจทางมนุษยธรรมแล้วก็ตาม ก็ย่อมจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างแน่นอน







