posttoday
ความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจ และความเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ ASEAN

ความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจ และความเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ ASEAN

11 สิงหาคม 2557

ในปี 2015 ที่จะถึงนี้กลุ่มประเทศ ASEAN จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ในปี 2015 ที่จะถึงนี้กลุ่มประเทศ ASEAN จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic CommunityAEC) ซึ่งเป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากกลุ่มการค้าเสรี AFTA โดย AEC จะมีการร่วมมือกันในหลากหลายมิติ ไม่เฉพาะแต่การเปิดเสรีการค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนและการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ผมจะพูดถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม ASEAN ในแง่มุมของความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจและความเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในกลุ่มครับ

โดยปกติเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะมีการปรับตัวขึ้นลง โดยมีช่วงที่เศรษฐกิจคึกคักเติบโตดีและช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำสลับกันเรียกว่าวัฏจักรธุรกิจ (Business cycles) ซึ่งในยุคก่อนๆ วัฏจักรธุรกิจของแต่ละประเทศในโลกจะขึ้นลงในช่วงเวลาแตกต่างกันตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายในแต่ละประเทศ แต่ในช่วงหลังเราจะเห็นความเชื่อมโยงและการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันของเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในกรณีของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก การศึกษาของ Rana (2007), Moneta and Ruffer (2009) แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของระดับความเชื่อมโยงระหว่างวัฏจักรธุรกิจของประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออก ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลังปี 2000

การรวมกลุ่มเศรษฐกิจระหว่างประเทศตามแนวคิด Optimum Currency Areas (OCA) ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจระหว่างประเทศในฐานะที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนให้เกิดความสำเร็จในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในระดับที่ลึกซึ้ง เช่น ประชาคมเศรษฐกิจ หรือสหภาพเศรษฐกิจ จากกรณีของกลุ่มสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่า หากวัฏจักรธุรกิจของประเทศในกลุ่มไม่สอดคล้องกัน เช่น กรณีระหว่างเยอรมนีและประเทศกลุ่ม PIIG จะก่อให้เกิดปัญหาในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ ซึ่งเกือบนำไปสู่การแยกตัวของบางประเทศออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป เช่น กรีซ ในช่วงปี 2012 ที่ผ่านมา

ในกรณีของกลุ่ม ASEAN จากการศึกษาของผมที่ผ่านมา พบว่าในประเทศสมาชิกหลัก 6 ประเทศ (ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม) หากพิจารณาความเชื่อมโยงของแต่ละประเทศในกลุ่ม โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และใช้การวัดความสัมพันธ์ในลักษณะพลวัตด้วยแบบจำลอง DCCGARCH ในตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ ตัวแปรที่มีความเชื่อมโยงระหว่างกันในขนาดที่สูงมากคือ การส่งออก ซึ่งมีค่าสหสัมพันธ์ประมาณ 0.80.9 ส่วนกรณีของการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อก็มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยเช่นเดียวกัน (ขนาดความสัมพันธ์ประมาณ 0.50.8) ซึ่งแสดงถึงการที่เศรษฐกิจมหภาคของประเทศในกลุ่ม ASEAN มีความสัมพันธ์กันในระดับที่สูง เมื่อเปรียบเทียบค่าสหสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกพบว่า ไทย สิงคโปร์ มาเลเชีย และฟิลิปปินส์ มีความเชื่อมโยงระหว่างกันในระดับสูง เมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและเวียดนาม แต่ระดับความเชื่อมโยงของสองประเทศนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังปี 2005

ในด้านนโยบายการเงินการคลัง ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและการใช้จ่ายของรัฐบาล พบว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นมีความเชื่อมโยงกันในระดับที่ต่ำกว่าตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคข้างต้น และพบความเชื่อมโยงเฉพาะในกรณีของไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ส่วนกรณีของสิงคโปร์นโยบายการเงินมีความเชื่อมโยงกับสหรัฐ แทนที่จะเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ใน ASEAN ด้านการใช้จ่ายของภาครัฐพบว่าไม่มีความสอดคล้องกันเลยในกลุ่ม ASEAN แม้ว่ากลุ่มประเทศ ASEAN จะมีวัฏจักรเศรษฐกิจไปด้วยกัน

เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อระดับของความเชื่อมโยงของวัฏจักรธุรกิจ โดยใช้ค่าสหสัมพันธ์ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นตัวแทน ผลการศึกษาพบว่าความเชื่อมโยงด้านการค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจระหว่างประเทศใน ASEAN นอกจากนี้นโยบายการเงินก็มีผลต่อความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจเช่นกัน แต่มีขนาดของความสำคัญที่น้อยกว่าผลของการค้าระหว่างประเทศ ในขณะที่นโยบายการคลังไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวไปด้วยกันของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศใน ASEAN นอกจากนี้เมื่อพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างประเทศในกลุ่ม ASEAN กับประเทศสหรัฐ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมโยงของวัฏจักรธุรกิจประกอบด้วย ความเชื่อมโยงด้านการค้าและการเงินระหว่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ความผันผวนของตลาดการเงินในช่วง Global Financial Crisis ส่งผ่านผลกระทบทำให้ประเทศในกลุ่ม ASEAN ชะลอตัวตามประเทศสหรัฐ

จากผลการศึกษาข้างต้น นัยเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ หนึ่ง ภาคระหว่างประเทศผ่านการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศในกลุ่ม ASEAN มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ดังนั้นกลุ่มประเทศ ASEAN จึงมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นตลาดส่งออกหลักทั้งในและนอกภูมิภาค เช่น สหรัฐ ยุโรป จีน

สอง ความเชื่อมโยงด้านการเงินเป็นช่องทางสำคัญในการส่งผ่านความผันผวนจากภายนอกภูมิภาค ดังนั้นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการรักษาเสถียรภาพการเงินระหว่างประเทศในกลุ่ม ASEAN จึงมีความสำคัญต่อการบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงภายนอกภูมิภาค

สาม ความเชื่อมโยงของนโยบายการเงินมีผลต่อการเชื่อมโยงของวัฏจักรธุรกิจ ดังนั้นธนาคารกลางในภูมิภาค ASEAN ควรมีการพัฒนาความร่วมมือและการหารือระหว่างกันเป็นระยะ

และสุดท้าย นโยบายการคลังของประเทศใน ASEAN ไม่มีความสอดคล้องกัน แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีการเคลื่อนไหวไปด้วยกัน ในระยะยาวหากไม่มีการกำหนดกรอบข้อจำกัดด้านนโยบายการคลังอาจทำให้เกิดปัญหาเหมือนในกรณีกลุ่มประเทศ EU ซึ่งเสถียรภาพด้านการคลังของบางประเทศอาจส่งผลต่อประเทศอื่นๆ ในกลุ่มด้วย เช่น ปัญหาการคลังใน กรีซ สเปน โปรตุเกส และอิตาลี มีผลต่อกลุ่ม EU โดยรวมในวงกว้าง

ดังนั้น ในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่ม ASEAN ในอนาคต จึงควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับการร่วมมือทางด้านการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งความสอดคล้องของจังหวะการใช้นโยบายการเงิน หรือความมีวินัยทางการคลังของประเทศในกลุ่มสมาชิก เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจตามมาภายหลังการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเหมือนในกรณีของกลุ่มสหภาพยุโรปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท