posttoday
คนไทยไม่ทิ้งกัน ช็อปกระหน่ำ ต่อลมหายใจคนค้าขาย

คนไทยไม่ทิ้งกัน ช็อปกระหน่ำ ต่อลมหายใจคนค้าขาย

30 พฤษภาคม 2553

8...ชนิกา สุขสมจิตร/ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับการจัดงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยกระทรวงพาณิชย์รับเป็นแม่งาน ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปิดถนนสีลมจัดงาน “มหกรรมรวมพลังเพื่อวันใหม่ Together We Can Grand Sale” ระหว่างวันที่ 2829 พ.ค. 2553

แม้ว่าระยะเวลาของการจัดงานจะมีเพียง 2 วัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจของคนไทยด้วยกันที่แสดงออกด้วยควักเงินในกระเป๋าตั้งใจไปซื้อสินค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการชุมนุมตลอดหลายเดือนที่ผ่านทั้งจากเซ็นทรัลเวิลด์ ประตูน้ำ แพลทินัม ใบหยก อินทรา กรุงทอง และเซ็นเตอร์วัน รวมทั้งผู้ประกอบการในย่านสีลมเอง

งานนี้จึงมีร้านค้ามาร่วมเปิดบูธถึง 1,640 ร้านค้า ทั้งๆ ที่เดิมทีกำหนดไว้แค่ 1,000 ร้านเท่านั้น ทำให้ต้องขยายพื้นที่จัดงานไปจนถึงถนนนราธิวาสราชนครินทร์

ภาพรวมของการจัดงานครั้งนี้ถือว่า โดนใจถูกใจสำหรับนักช็อปที่อัดอั้นกับการถูกจำกัดพื้นที่ในการซื้อสินค้ามานาน ในขณะที่สินค้าที่นำมาจำหน่ายก็เป็นสินค้าราคาถูกและดีจริง ไม่ใช่สินค้าเลหลัง ตกเทรนด์ โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นที่ผู้ประกอบการนำมาจำหน่ายในราคาขายส่ง และลดราคากันแบบครึ่งต่อครึ่ง

การจัดงานวันแรกทำให้ถนนสีลมคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่สองมือสองไม้เต็มไปด้วยสินค้าที่เลือกซื้อ เพราะงานไม่ได้มีแค่เสี่ยชมเจ๊ชมอย่างเดียว แต่ทุกคนอดไม่ได้ที่ต้องซื้อ

ขณะเดียวกันก็ช่วยพลิกฟื้นธุรกิจย่านสีลมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะร้านค้าถาวรที่ตั้งอยู่ตลอดถนนสีลมก็โดดร่วมกับการจัดงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกระเป๋า แม้กระทั่งร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างก็ลดราคาสินค้าเพื่อดึงดูดลูกค้า เพื่ออย่างน้อยจะมีรายได้กลับคืนมาบ้างหลังจากต้องขาดทุนแบบรายวัน

คงเหลือเพียงธุรกิจพับและบาร์ แถวพัฒนพงษ์ ที่ยังต้องอาศัยระยะเวลาในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวคืนมา ซึ่งน่าจะเริ่มดีขึ้นหลังมีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว

สำหรับเป้าหมายที่คาดการณ์กันไว้จะมีประชาชนมาร่วมงานครั้งนี้ 2 วัน กว่า 3 แสนคน และยอดซื้อสินค้ากว่า 100 ล้านบาท ไม่น่าจะผิดไปจากนี้ เพราะแค่วันแรกของการจัดงานก็มีเงินสะพัดไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท

ส่วนวันสุดท้ายก็มีโอกาสที่จะมากกว่า 50 ล้านบาท เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้คนที่เดินทางไปร่วมงานเหยียด 2 แสนคน ส่วนหนึ่งก็มาจากการรับรู้ข่าวจากสื่อต่างๆ ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้นักช็อปทั้งหลายมุ่งหน้ามาที่ถนนสีลม

นายสัมฤทธิ์ ตั้งอารมณ์มั่น ผู้ค้าส่งย่านประตูน้ำ กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงจากการชุมนุมประท้วงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องปิดร้านนานถึง 2 สัปดาห์ จนมีปัญหาการสต๊อกสินค้านับหมื่นชิ้นไม่สามารถระบายออกไม่ได้ จึงตัดสินใจลดราคาสินค้า เช่น กางเกงขายาวเดิมจำหน่ายในราคา 600 บาท ลดเหลือเพียง 190 บาท แม้ต้องขาดทุนไปบ้าง แต่ต้องการเงินสดกลับไปหมุนเวียนธุรกิจต่อไป ทำให้ยอดขายวันแรกทำได้กว่า 1 แสนบาท

นับว่าไม่เคยขายดีเช่นนี้มาก่อนในชีวิตตั้งแต่ขายเสื้อผ้า จึงอยากให้ทางการช่วยจัดงานลักษณะนี้เพิ่มเติมอีกเนื่องจากร้านค้าย่านประตูน้ำเงียบเหงามาก ต่างชาติหายไปถึง 80% และยังไม่มั่นใจในการเดินทางกลับมาซื้อสินค้าในประเทศไทยอีก แม้ผู้ค้าส่งส่วนใหญ่จะยืนยันว่ามีความปลอดภัยแล้วก็ตาม จึงคาดว่าการค้าจะซบเซากว่าปกติไปอีกประมาณ 3 เดือน ทำให้กระทบอย่างมากต่อธุรกิจค้าส่งที่พึ่งพาต่างชาติเป็นหลัก

ด้านเจ้าของร้านเครื่องสำอาง “อองเซ่” ที่ห้างเซ็นเตอร์วัน ซึ่งเข้ามาร่วมออกบูธในงานนี้ด้วย กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐจัดงานลักษณะนี้ขึ้นมาอีก เพราะทำให้ผู้ประกอบการกลับมามีรายได้หมุนเวียนอีกครั้ง จากสต๊อกสินค้าที่มีอยู่ แม้จะไม่มีกำไรก็ตาม

สำหรับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐอื่นๆ ได้ไปลงทะเบียนเพื่อขอรับวงเงินหมุนเวียนไว้แล้ว ซึ่งจะได้คนละ 5 หมื่นบาท แต่ก็อยากให้ช่วยพิจารณาด้วยว่า การให้วงเงินดังกล่าวยังไม่ค่อยยุติธรรม เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ได้เงินเท่ากัน ควรจะพิจารณาตามมูลค่าของเงินทุนที่เสียไปมากน้อยต่างกัน

“ส่วนทางห้างเซ็นเตอร์วันนั้นได้รับการติดต่อมาว่าจะคืนเงินประกันให้ แต่ทางผู้ค้าส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจที่จะไม่รับเงินประกันคืน เนื่องจากทางเจ้าของห้างก็เสียหายไปเยอะ แต่ขอให้ช่วยจัดหาสถานที่ขายของให้ ซึ่งเบื้องต้นจะไปขายที่บริเวณห้างเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่าก่อน แต่ถ้ามีที่ไหนที่พอจะขายได้อีกก็ขอให้แนะนำมาด้วย”

ในขณะที่เจ้าของร้านจำหน่ายเสื้อยืดแฟชั่นปลีกส่ง ชื่อร้าน “ลูกหมู” ห้างกรุงทอง พลาซ่า 2 ย่านประตูน้ำ กล่าวว่า ดีใจที่ภาครัฐมีช่องทางในการช่วยระบายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ เพราะช่วงที่มีม็อบต้องปิดร้านไปหลายสัปดาห์รายได้หายไปวันละหลายหมื่นบาท ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายในครั้งนี้ก็ลดราคากันสุดๆ เสื้อยืดเฉลี่ยตัวละ 100 บาท ขายกันในราคาส่ง ตอนนี้ต้องพยายามระบายสินค้าออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจได้บ้าง

“หากเป็นไปได้ก็อยากให้จัดแบบนี้กันอีก เพราะทั้งคนซื้อก็อยากซื้อคนขายก็อยากขาย เป็นผลดีของทั้งสองฝ่าย”

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่อยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้มีการจัดงานขายสินค้าในลักษณะนี้กันขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน ก็มีสัญญาณจากกระทรวงพาณิชย์มาว่ามีความเป็นไปได้ที่จะจัดงานขึ้นอีก แต่ต้องขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันก่อน ว่าทำได้หรือไม่

เพราะปัจจัยหนึ่งที่หลายคนยังอดเป็นห่วงไม่ได้คือ ความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ก็ยิ่งระมัดระวังกันอีกระดับหนึ่ง ซึ่งอย่าลืมว่าในพื้นที่ย่านธุรกิจเหล่านี้ที่เคยมีการชุมนุมได้บั่นทอนความรู้สึกจากการสูญเสียของผู้คนมาแล้ว

ดังนั้น หากจะมีการจัดงานหลังเคอร์ฟิวคงต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพื้นที่กันให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความสบายใจ และคงต้องประเมินสถานการณ์ให้รอบคอบ ไม่ให้เกิดความประมาท

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ หลังจากนี้จะมีมหกรรมขายสินค้ากันอีกหลายจุด เช่น โครงการอารีน่า 10 ทองหล่อซอย 10 ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.–6 มิ.ย. เวลา 17.0021.00 น. สยามพารากอนจัดพื้นที่พิเศษให้กับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งบริเวณสยามสแควร์

ดังนั้น ภาครัฐควรมีการประสานในการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกันในแต่ละจุด ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ผู้ซื้อผู้ขายมีเวลาในการวางแผน หรือหากเป็นไปได้ในช่วงเสาร์อาทิตย์ ก็ควร สลับพื้นที่ในการขายสินค้า ซึ่งอาจใช้วิธีปิดถนนคนเดินแบบเดียวกับที่สีลม เช่น ราชประสงค์ ประตูน้ำ สยามสแควร์ โดยให้พิจารณาตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ มาตรการเยียวยาในเรื่องเงินทุน ภาครัฐก็ต้องดำเนินการให้ต่อเนื่องและรวดเร็ว เพราะยามนี้ผู้ประกอบการหลายคนอยู่ในสภาพหมดตัว บางรายไม่เหลือแม้กระทั่งสต๊อกสินค้าที่จะนำไปขายต่อเพื่อหารายได้ บางรายมีหนี้สินติดตัว ซึ่งประเด็นนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องลงมาดูแลอย่างจริงจังให้เห็นเป็นรูปธรรม

ในมุมกลับกันผู้ประกอบการที่ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ก็ต้องใช้บทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาปรับใช้ในการวางแผนธุรกิจในอนาคต และสร้างความเข้มแข็ง

สิ่งที่สำคัญก็คือต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด รวมทั้งมีความอดทน ท้ายสุดเชื่อว่าคนไทยคงไม่ทิ้งกันในยามเกิดปัญหาแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง