
กวาดล้างยาเสพติดอยุธยายึดทรัพย์กว่า10ล้าน
ตำรวจ-ทหารระดมกำลังกวาดล้างยาเสพติดในอยุธยา จับกุมผู้ต้องหาหลายราย พร้อมทรัพย์สินเครือข่ายค้ายากว่า 10 ล้าน
ตำรวจ-ทหารระดมกำลังกวาดล้างยาเสพติดในอยุธยา จับกุมผู้ต้องหาหลายราย พร้อมทรัพย์สินเครือข่ายค้ายากว่า 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.(ปส) ได้เดินทางมาที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามผลการปฏิบัติในการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและกวาดล้างการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชนต่างใน 9 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ตามแผนปฏิบัติการแทสก์ฟอร์ซ (TASK FORCE) อยุธยา 57 ของ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเป้าหมายกวาดล้างผู้มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดเป็นเครือข่ายและนำยาเสพติดมาซุกซ่อน รอส่งต่อไปจำหน่ายแก่ลูกค้าใน กทม. โดยมี ,พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 ,พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ,พ.อ.จิรวัฒน์ นาคะรัตน์ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ รายงานผลการปฏิบัติในการปิดล้อมตรวจค้น
ก่อนหน้านี้ในเวลา 05.30 น. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 เป็นประธานในการปล่อยแถวระดมปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 26 สถานี ,เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1, ฝ่ายปกครอง และกำลังทหารจากกองพันทหารม้าทื่ 5 รักษาพระองค์ รวมกำลังกว่า 500 นาย ปูพรมปิดล้อมตรวจค้น ชุมชนเป้าหมาย จำนวน 22 แห่ง ใน 9 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ 8 ราย ประกอบด้วย นายพิชิต ชัยชนะ ,น.ส.ชลธิชา สงวนศรี และ น.ส.ฤทัยวรรณ ศรทรง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ ถูกจับกุมตัว ในความผิดฐาน สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน ไว้ตรวจสอบหลายรายการ อาทิ รถยนต์ จำนวน 5 คัน ,รถจักรยานยนต์ 3 คัน ,อาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 52 นัด ,เครื่องทองรูปพรรณ 15 รายการ, บ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง มูลค่ากว่า 6,000,000 บาท , โฉนดที่ดิน 4 แปลง และบัญชีธนาคารต่าง ๆ อีก 14 บัญชี ที่มีเงินในบัญชีกว่า 5,000,000 บาท
การจับกุมในครั้งนี้เป็นกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดของนายพิชิต ชัยชนะ ซึ่งขยายผลจากการจับกุมตัวนาย อภิวัติ ลิ้มสกุล กับพวก ที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้พร้อมของกลางยาบ้า กว่า 20,000 เม็ด โดยทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายยาเสพติดกับนาย เหวย เซียะ กัง ส่วนอีกราย เป็นการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ฯ ในความผิดฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ฯ ได้ผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วย นายวรจักร หรือต้อง ลักษณะโยธิน ,นายมนตรี หรือเสริม ชนะรัตนไพศาล ,นายทองสุข หรือแคระ ทองบริสุทธ์ ,นายวีระศักดิ์ หรือเอ๊ะ นามตะ และนายกิตติพงษ์ หรือ เป้ หงส์สง่า พร้อมของกลาง รถยนต์ จำนวน 3 คัน และทรัพย์สินอื่น ๆ อีก 4 รายการ ซึ่งทั้งหมดเป็นเครือข่ายยาเสพติดของนายคมศักดิ์ หรือเก๋ง ลักษณะโยธิน นักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำกลางคลองไผ่ จ.ขอนแก่น
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว หลังเป็นประธานแถลงผลการปิดล้อมจับกุมยาเสพติด ว่า สำหรับเครือข่ายยาเสพติดทั้ง 2 เครือข่าย นี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตาม ตรวจสอบมานานแล้ว พบว่า นายพิชิต ได้เปิดสำนักงานทนายความบังหน้า ซึ่งแท้จริงเป็นนายทุนเรื่องการเงินซื้อขายยาเสพติด ส่วนเครือข่าย นายคมศักดิ์ เป็นเครือข่ายใหญ่ใน อ.วังน้อย โดยถึงแม้ว่านายสมศักดิ์ จะเป็นนักโทษในเรือนจํากลางคลองไผ่ จ.ขอนแก่น แล้วก็ตามก็ยังสามารถสั่งจำหน่ายยาบ้าผ่านเครือข่ายของตนให้กับผู้ค้ารายย่อยข้างนอกได้ ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับเครือข่ายของ นายคมศักดิ์ เพิ่มอีก 5 คน แล้ว คาดว่าจะจับได้ในไม่ช้านี้ ส่วนของกลางที่ยึดได้มากมายจะต้องตรวจสอบอีกว่าได้มาจากไหน







