
อมตะ‘Smart City’
ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อน
ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนเนื่องจากนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศและภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ปัจจัยเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ประเทศต่างๆ ต้องเตรียมจัดงบประมาณไว้รองรับเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศและภาวะเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ภาวะโลกร้อนที่นำมาซึ่งภัยธรรมชาติที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทุกประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว
สำหรับประเทศไทยหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้มีการตื่นตัวอย่างมากต่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งตัวเลขจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมพบว่าปี 2556 ไทยมีกากไม่อันตรายอยู่ที่ 45.7 ล้านตัน ขยะอันตรายอยู่ที่ 3.9 ล้านตัน และในจำนวนนี้เป็นขยะที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ขยะไม่อันตราย 27 ล้านตัน อันตราย 1.4 ล้านตัน
หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการขยะของเสียโดยยึดหลัก 3R คือ 1.Reduce คือ ลดการใช้ ลดการก่อให้เกิดขยะ 2.Reuse คือ การนำของต่างๆ ที่ยังไม่หมดหรือเสื่อมสภาพมาใช้ต่อ 3.Recycle คือ นำขยะไปจัดการด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
สำหรับบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ได้ร่วมมือกับมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (3R) ลงนามข้อตกลง หรือ MOU เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยใช้หลัก 3R ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาและก่อให้เกิดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมในภาคอุตสาหกรรมไทย
อมตะฯ มีนโยบายในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เน้นการจัดการของเสียในนิคมฯ ให้เป็นศูนย์ หรือ zero waste นำหลัก 3R คือ Reduce Reuse Recycle มาปรับใช้ มีการติดตั้งระบบการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ online รอบนิคม ก้าวต่อไป และกำลังพัฒนานิคมฯ ให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ หรือ Smart City และเป็นโมเดลต้นแบบให้นิคมฯ อื่นๆได้เข้ามาศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป
โครงการ Smart City เป็นความร่วมมือกับ The Japan Research Institute (JRI) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนในประเทศญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีในการพัฒนานิคมอมตะสู่เมือง Smart City แห่งแรกของประเทศไทย เป็นรูปแบบการบริหารเมือง หรือนิคมอุตสาหกรรม แบบสร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว เน้นการลดใช้พลังงาน ทั้ง ไฟฟ้า น้ำมัน หรือสาธารณูปโภคอื่นๆ แต่ยังคงได้กำลังการผลิตเท่าเดิม เป็นแนวคิดในการพัฒนาเมือง อุตสาหกรรม ผู้คน สิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนหรือต้องเป็น More Win คือ อมตะฯ ได้ โรงงานได้ และชุมชนสิ่งแวดล้อมก็ต้องได้
อย่างไรก็ตามเป้าหมายในระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในหลัก 3R จะครอบคลุม ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมแก้ว 2.กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก 3.กลุ่มอุตสาหกรรม กระดาษ 4. กลุ่มอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ โดยเน้นให้องค์ความรู้กับวิธีการคัดแยก มีระบบการกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะหากว่ามีการจัดการกับกากของเสียเหล่านี้ไม่ถูกต้องอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ หรือ ระบบสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้ รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาการก่อขยะและของเสียออกจากโรงงาน
นอกจากนี้ แนวคิด 3R จะนำไปทดลองทั้งในส่วนของชุมชนและโรงงานในนิคมต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่าจะมีบริษัทเข้าร่วมกว่า 1,000 บริษัท และมีชุมชนเข้าร่วมจำนวน 1020 ชุมชน ซึ่งโครงการดังกล่าวมูลนิธิ 3R จะทำการประเมินผลและวัดผลสำเร็จ จากนั้นก็มีการประกาศและมอบรางวัลให้กับโรงงานและชุมชนที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด







