
วิทยาเขตพุทธโฆส มจร ศูนย์ศึกษาอัตลักษณ์พุทธศาสนาโลก
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เมตตาบอกผู้เขียนทางโทรศัพท์ว่ามีเรื่องใหญ่ที่น่ายินดีเกิดที่วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่มีหน้าที่ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประเมินวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆสแล้ว นอกจากให้ผ่านด้วยคะแนนยอดเยี่ยม ยังประกาศว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งเดียวในโลก ที่จัดการเรียนการสอนรักษาอัตลักษณ์พระพุทธศาสนาได้อย่างโดดเด่นที่สุด ทำให้ผู้บริหารและอาจารย์วิทยาเขตมีปีติและกำลังใจยิ่ง
วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ตั้งขึ้นในพื้นที่วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน จ.นครปฐม 73170 โทร. 034-299-356
รศ.เวทย์ บรรณกรกุล แห่งวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส ให้รายละเอียดในการประเมินคุณภาพการศึกษา โดยคณะกรรมการ สกอ.ว่า
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2557 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษา หาแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษาและจัดทำข้อเสนอนโยบายและมาตรฐานการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติและพันธสัญญาที่เป็นไปตามข้อเสนอตกลงระหว่างประเทศ พร้อมทั้งวิเคราะห์ หลักเกณฑ์ และแนวทางการสนับสนุนทรัพยากร ฯลฯ ตลอดจนเสนอแนะการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและยกเลิกสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชนที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของ สกอ.
ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินคุณภาพภายในของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ประกอบด้วย ผศ.ปรานี พรรณวิเชียร ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สกอ. เป็นประธานกรรมการ โดยมีกรรมการ 2 ท่าน คือ รศ.ดร.ลิลลี่ กาวีต๊ะ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ผศ.ดร.นนทลี พรธาดาวิทย์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
คณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาแบ่งหน้าที่ในการตรวจสอบการประเมิน มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานในแต่ละองค์ประกอบ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในกระบวนการตรวจสอบการประเมิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาและสามารถนำข้อเสนอไปพัฒนาคณะ
การประเมินจัดทำอย่างมีระบบ ตั้งแต่ศึกษาเอกสารหลักฐาน การสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ใช้บัณฑิต และศิษย์เก่า ตลอดจนการตรวจเยี่ยมห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงประจักษ์ตามองค์ประกอบคุณภาพ ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินทั้ง 9 องค์ประกอบ โดยกำหนดคะแนนตัวบ่งชี้เป็น 5 ระดับ
คะแนนต่ำเช่นคะแนน 1.5 ต้องปรับปรุงเร่งด่วน คะแนน 1.51-2.50 ต้องปรับปรุง คะแนน 2.51-3.50 ระดับพอใช้
คะแนน 3.51-4.50 ระดับดี และคะแนน 4.50-5.00 ระดับดีมาก
คณะกรรมการจาก สกอ.ประเมินแล้วพบว่า วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ผ่านการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาในระดับ ดี (คะแนน 3.51-4.50)
คณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ได้ลงความเห็น ประกาศในที่ประชุมเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2557 และได้ทำบันทึกลงใน CHE QA online ไว้ว่า
...วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม มีหลักสูตรที่โดดเด่นด้านการดำรงรักษาและสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะด้านภาษาบาลีวิปัสสนาภาวนาและคัมภีร์พระพุทธศาสนา...
...การจัดการศึกษาของวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม มีสาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ และวิปัสสนาภาวนา ที่เป็นหลักสูตรเดียวที่มีการจัดการศึกษาในวิทยาเขต แสดงถึงความโดดเด่น ความมีคุณภาพของหลักสูตรและได้รับการยอมรับระดับโลกเป็นศูนย์กลางในการผลิตตำราด้านภาษาบาลีไวยากรณ์ชั้นสูงระดับอุดมศึกษาแห่งเดียวในโลก
รศ.เวทย์ เล่าว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม มีพัฒนาการมาจากการริเริ่มดำเนินการจัดตั้งเป็นสถาบันการศึกษาคัมภีร์บาลีพระไตรปิฎก และอรรถกถา ฎีกา โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระศรีสุทธิพงศ์ วัดชนะสงคราม) เมื่อปี 2530 โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า “สถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส”
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้รับเข้าเป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยในปี 2535 ต่อมาปี 2537 ได้รับการยกสถานภาพเป็นวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม นับจากนั้น วิทยาเขตได้สร้างผลงานด้านการศึกษาเพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาจวบจนปัจจุบัน
1.การจัดการผลิตบัณฑิตทาง
พระพุทธศาสนา
มุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้สามารถสอนธรรมนำปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง นับเป็นวิทยาเขตเดียว ของ มจร ที่จัดทำและพัฒนาหลักสูตรเฉพาะของวิทยาเขต และเปิดทำการเรียนการสอนที่วิทยาเขตเท่านั้น 3 หลักสูตร
1) พุทธศาสตรบัณฑิตวิชาบาลีพุทธศาสตร์ (ระดับปริญญาตรี) นำคัมภีร์พระไตรปิฎกฉบับบาลีทั้ง 3 ปิฎกเป็นวิชาเอก นำคัมภีร์สัททาวิเสส มาจัดเป็นวิชาแกนพระพุทธศาสนา ที่พิเศษนิสิต ที่ท่องจำสูตรไวยากรณ์คัมภีร์กัจจายนะ 673 สูตร สูตรฉันทลักษณ์คัมภีร์วุตโตทัย 135 สูตร จะได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ซึ่งเปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน
2) มหาบัณฑิตสาขาวิชาวิปัสสนา (ระดับปริญญาโท) นำหลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาจากคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา เป็นวิชาเอก ตามมาตรฐานการจัดหลักสูตร ผู้ที่จะเข้าเรียนต้องผ่านการคัดเลือกแบบเข้มข้น คือ นอกจากจะสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์แล้ว จะต้องผ่านการทดสอบปฏิบัติวิปัสสนาติดต่อกัน 30 วัน เมื่อศึกษาครบกำหนดหน่วยกิตรายวิชาแล้ว มีกฎข้อบังคับให้เข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกัน 7 เดือน จึงจะมีสิทธิเสนอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ได้ เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน
3) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ระดับปริญญาเอก) เน้นการศึกษาวิจัยค้นคว้าคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา เป็นหลักสูตรที่รับเฉพาะผู้จบเปรียญธรรม 9 ประโยค หรือจบจากสาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์เท่านั้น เปิดรุ่นแรก เมื่อปี 2553
หลักสูตรพัฒนาพระสังฆาธิการ
นอกจากจะจัดทำและพัฒนาหลักสูตรเป็นเฉพาะของวิทยาเขตแล้ว ยังได้เปิดสอนวิชาพระพุทธศาสนาทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งเป็นหลักสูตรของ มจร เพื่อพัฒนาเจ้าคณะพระสังฆาธิการ ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการเผยแผ่ธรรมในสถานการณ์แห่งสังคมยุคใหม่ มีพระสังฆาธิการเรียนจบตั้งแต่ปี 2537 ถึงปัจจุบัน จำนวน 871 รูป/คน
2. งานผลิตคัมภีร์และงานวิจัย
ทางพระพุทธศาสนา
นอกจากเปิดเรียนและสอน ยังจัดโครงการปริวรรตและแปลคัมภีร์สัททาวิเสสที่อยู่ในรูปของอักษรขอมโบราณ บาลีอักษรภาษาอื่นๆ เช่น บาลีอักษรพม่า มาเป็นภาษาไทย เพื่อใช้เป็นคู่มือการศึกษาค้นคว้าในหลักสูตร ทำมาแล้วจำนวน 32 คัมภีร์ พิมพ์เผยแผ่แล้วกว่า 3 หมื่นเล่ม
นอกจากนั้น ได้ผลิตงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เพื่อการเรียนการสอนภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา เช่น ศึกษาวิเคราะห์พระคาถาธรรมบท การศึกษาวิเคราะห์บทบาลีในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบาลีไวยากรณ์ และวิชาแปลมคธเป็นไทย ผลิตผลงานสร้างสรรค์โปรแกรมคอมพิวเตอร์เรียนภาษาบาลี และธรรมศึกษาตรี โท เอก (CAIMULTIMEDIA)
จัดทำสำเนาและพิมพ์เผยแผ่ไปยังสถาบันการศึกษาบาลีของคณะสงฆ์และสถาบันการศึกษาบาลีพระพุทธศาสนาอื่นๆ
คณาจารย์ประจำวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ยังได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดทำสัททานุกรมพระไตรปิฎกเชิงวิจัย ฉบับบาลีไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554
การที่ สกอ.ให้คะแนนการดำเนินการดี และประกาศให้เป็นสถาบันแห่งเดียวในโลกที่รักษาอัตลักษณ์การเรียนการสอนพุทธศาสนา จึงเป็นปีติและกำลังใจที่ดีเยี่ยมแก่ครู อาจารย์ และผู้บริหารสถาบันสาธุ







