
ทลายการโกงภาษี
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรร่วมกับตำรวจเศรษฐกิจ เข้าจับกุมแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอม
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรร่วมกับตำรวจเศรษฐกิจ เข้าจับกุมแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอม 2 กลุ่ม ที่ จ.ลพบุรี และกรุงเทพฯ นอกจากจับผู้กระทำผิดได้แล้ว ยังได้ของกลางที่เป็นใบกำกับภาษีและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
จากการสืบสวนพบว่า แก๊งปลอมแปลงใบกำกับภาษีดังกล่าว มีพฤติการณ์กระทำความผิดด้วยการออกใบกำกับภาษีโดยไม่ได้มีการซื้อขายสินค้าจริง ถือเป็นการออกใบกำกับภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ
การดำเนินการครั้งนี้ แม้ว่ากรมสรรพากรยังประเมินความเสียหายเป็นตัวเงินภาษีไม่ได้ชัดเจน แต่เมื่อประเมินจากการที่แก๊งใบกำกับภาษีปลอมทั้งสองกลุ่มที่เปิดดำเนินการมา 1 ปีกว่า น่าจะทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศจำนวนไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการปราบปรามการทุจริตของขบวนการทุจริตภาษีเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอ กรมสรรพากรจะต้องหาทางทลายขบวนการแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอมให้หมดสิ้นไป และต้องสาวให้ถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและเอาผิดกับตัวการให้ได้ เพราะเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา กรมสรรพากรจับกุมแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอมได้ 1 กลุ่ม พบว่ามีการขายใบกำกับภาษีไปให้ผู้ประกอบการอื่นเพื่อนำไปเป็นรายจ่ายหักภาษีเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เป็นมูลค่าภาษีที่เสียหายถึง 200 ล้านบาท
ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี ก็ปรากฏแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอมเกิดขึ้นอีก สาเหตุสำคัญมาจากการจับกุมผู้กระทำผิดที่ผ่านมา ไม่ได้ตัวการใหญ่ที่เป็นผู้กระทำผิดจริงๆ แต่จับได้เพียงลูกจ้างที่เป็นตัวแทน หรือนอมินีของเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้น
ในกรณีล่าสุด ตำรวจเศรษฐกิจที่เข้าจับกุมก็ยอมรับว่า ผู้กระทำผิดที่จับได้เป็นแค่ลูกจ้างที่ต้องการทำงานหาเงินเท่านั้น ไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่ระวังตัวไม่ให้มีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ตั้งขึ้นมาบังหน้าเพื่อขายใบกำกับภาษีปลอม
ดังนั้น กรมสรรพากรจะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นในการสาวไปหาตัวการใหญ่ที่แท้จริงให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะมีการตั้งบริษัทบังหน้าแห่งใหม่ขึ้นมาขายใบกำกับภาษีปลอมอีกในไม่ช้า
ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรก็ต้องเอาจริงกับผู้ประกอบการที่ซื้อใบกำกับภาษีปลอมมาใช้สำแดงภาษีอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่ประกาศจับผู้ขายใบกำกับภาษีปลอมแล้วปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป โดยไม่มีการสืบสาวเอาเรื่องกับกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทที่เปิดดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เป็นการร่วมมือกันโกงเงินภาษีของคนในประเทศ
นอกจากนี้ กรมสรรพากรจะต้องเอาผิดกับสำนักงานผู้ตรวจสอบบัญชี เพื่อกวดขันให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพช่วยกันกวดขัน และเพิ่มความรับผิดชอบในการตรวจสอบบัญชีของบริษัทห้างร้านให้มีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดทางภาษีได้ในทางอ้อมด้วย







