
‘มาร์ค’พร้อมรับผิด
โพสต์ทูเดย์
— นายกฯ เรียกทูตสื่อต่างชาติชี้แจงสถานการณ์การเมือง สั่งเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศแล้วเมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงสถานการณ์การเมืองต่อคณะทูต 76 ประเทศ ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 30 องค์กร ผู้แทนหอการค้า 18 ประเทศ รวมถึงเปิดให้สื่อมวลชนต่างประเทศรับฟังและซักถามอีกร่วม 100 คน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวนหนึ่งเข้าร่วมด้วย
นายอภิสิทธิ์ ได้อธิบายกับสื่อมวลชนต่างประเทศตั้งแต่เหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. และเหตุการณ์กระชับวงล้อม ระหว่างวันที่ 1419 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงการเจรจาและแผนการสร้างความปรองดอง โดยได้ยืนยันว่ารัฐบาลมีนโยบายยุติปัญหาโดยให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด แต่ความสูญเสียทุกอย่างมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เช่น การเผาอาคาร
อย่างไรก็ตาม จากนี้จะเดินหน้าปรองดองต่อไป โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือทำคู่ขนานไปกับการดำเนินคดีผู้กระทำผิด
นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งสื่อต่างชาติว่า ขณะนี้ได้มีการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศแล้ว เหลือเฉพาะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ต้องรอฝ่ายปฏิบัติประเมินสถานการณ์ก่อน
เมื่อถูกถามว่า มีนักข่าวต่างชาติหลายคนเห็นทหารยิงใส่ประชาชน นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ถ้าทหารต้องการยิงใส่ประชาชนจริงจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้ เจ้าหน้าที่จับไอ้โม่งชุดดำได้บางคนพบอาวุธสงครามแสดงว่าบุคคลกลุ่มนั้นมีอยู่จริง
“
หากภายหลังมีการสืบสวนหรือมีหลักฐานบ่งชี้ว่าผมมีความผิดก็พร้อมจะยืดอกรับผิดชอบ” นายกฯ กล่าวนายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการชี้แจงทูตต่างประเทศว่า ได้แจ้ง 3 ประเด็น 1.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวปฏิบัติของรัฐบาล 2.มาตรการเฉพาะหน้า รวมทั้งการยกเลิกเคอร์ฟิวและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ เฉพาะหน้า และ 3.เรื่องแผนฟื้นฟูและปรองดองที่จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ทุกประเทศต้องการเห็นความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนและอื่นๆ เดินหน้าไปด้วยดี
นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวด้วยว่า กำลังเข้าแก้ปัญหาการนำเข้าของอาวุธสงคราม เพราะไปตกอยู่ในมือคนที่ไม่มีสิทธิใช้และทำให้เกิดการสูญเสีย ต่อไปนี้ต้องควบคุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นจะทบทวนบทบาทของตำรวจในการบริหารจัดการการชุมนุม
ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ จะชี้แจงกับคณะทูตได้มีการยกเลิกการประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ 24 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว ขณะที่สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กประมาณ 100 คนก็ได้เข้าให้กำลังใจนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า ยังคงสั่งเฝ้าระวังป้องกันรักษาความปลอดภัยโรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า โรงแยกก๊าซ ท่อส่งก๊าซ ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ
ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่ห่วงหากจะถูกปรับออกจากตำแหน่งหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“
เมื่อใดก็เมื่อนั้น ผมไม่สะทกสะท้านกับเรื่องเหล่านี้” นายกษิต กล่าวขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ Thaksinlive ว่า จะไม่ยอมถอนสัญชาติ ไทยตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอ







