
"บิ๊กตู่"ลั่น"ปฏิรูป"ทำยาก แต่ต้องทำ
หัวหน้า คสช. เปิดคิกออฟสภาปฏิรูป ลั่น "ทำยาก แต่ต้องทำ" ยืนยันไม่แทรกแซง วอนทุกฝ่ายร่วมมือกันหยุดเห็นต่างย้ำ ต.ค.ได้ สปช. 250 คน
หัวหน้า คสช. เปิดคิกออฟสภาปฏิรูป ลั่น "ทำยาก แต่ต้องทำ" ยืนยันไม่แทรกแซง วอนทุกฝ่ายร่วมมือกันหยุดเห็นต่างย้ำ ต.ค.ได้ สปช. 250 คน
วันที่ 9 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดงานกิจกรรม "เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย" คิกออฟสภาปฏิรูปฯ ที่สโมสรทหารบกเพื่อมอบนโยบายให้หน่วยงาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน วันนี้ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ เราไม่เคยมีการปฏิรูปในลักษณะเช่นนี้มาก่อน และก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคนที่ ตนมายืนตรงนี้ เพราะเราเห็นความจำเป็นในการแก้ปัญหา สิ่งที่ต้องแก้ไข และบูรณาการ ประเทศชาติจะก้าวไปข้างหน้าต้องประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือความมั่นคง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยเฉพาะปีหน้าเราจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเราต้องปรับเปลี่ยน รูปแบบที่เป็นมาในอดีตเราเดินไปแบบนั้นไปไม่ได้ ยากที่จะอธิบายให้คนทั้งโลกเข้าใจแต่เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการใช้สติปัญญาของคนไทย เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโดยใช้สติปัญญาของคนไทยในการแก้ปัญหา เดินไปข้างหน้าของประเทศชาติให้เข้มแข็ง
วันนี้เราแบ่งเป็นหลายประชาคมโลก เราประเทศเดียวไม่มีน้ำหนักพอที่จะไปต่อสู้กับเขา ยิ่งเราทะเลาะเบาะแว้งกันเขาก็คงไม่เอาเข้าไปอยู่ในประชาคมอาเซียน และทั้งหมดนี้ก็ด้วยทุกคนที่เป็นคนไทย ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ที่เราเลือกวันนี้เป็นวันคิกออฟปฏิรูปเพราะเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ 82 ชันษา
"ผมเคยพูดไว้ว่าเราต้องมองไปข้างหน้า คือมองให้พ้นตัวเองก่อน มองว่าจะทำอะไรให้ประชาชนหรือให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้สังคมได้บ้าง ใครมีหน้าที่ตรงไหนก็ทำตรงนั้น ถ้าเรามองที่ตัวเราเองก่อนเราก็จะคิดอะไรไม่ออกว่าจะได้ตรงไหน คิดอย่างนี้ประเทศชาติไม่ได้อะไร ผมไม่ได้เป็นคนเก่งหรือวิเศษกว่าท่าน แต่ผมมีจิตสำนึกอย่างนั้นและคิดว่าหลายคนก็มีจิตสำนึกดีๆ แต่มันติดขัดหลายอย่าง วันนี้เรามามุ่งตรงไปว่าผลประโยชน์ประเทศชาติอยู่ตรงไหน ผมเองก็ให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จำเป็นที่ผมจะต้องนำพาประเทศชาติให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องจำเป็น และถือเป็นครั้งแรกที่มีการปฏิรูป และจำเป็นต้องทำเพื่อให้ประชาธิปไตยเดินไปได้ แม้จะทำยาก นานาชาติก็เข้าใจยาก แต่ก็ต้องทำ ทั้งนี้ ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ มันมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงหลายอย่าง ทำให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง จึงขอวอนให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง ซึ่ง วันนี้ถือเป็นอีกวันที่เป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า คสช. เตรียมความพร้อมเรื่องการปฎิรูปมาโดยตลอดตั้งแต่เดือนพ.ค.จนถึงวันนี้ เรียกว่าเป็นระยะที่ 1 เริ่มจากการตั้งสำนักงานคณะกรรมการปรองดอง รวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่าย เพื่อวางกรอบให้ทุกคน เตรียมตัวเข้าสู่ระยะที่สอง ที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง กระบวนการต่างๆจะเดินหน้าไปตามขึ้นตอน เริ่มสมัครตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. ใช้เวลาประมาณ 50 วัน ในการตรวจสอบคุณสมบัติ คาดว่า วันที่ 2ต.ค. น่าจะได้รายชื่อทั้ง250คน จากนั้นจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกะหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระมาภิไธย จากนั้นขั้นตอนการเลือกนายกฯ และครม. ก็ต้องรอ พลงอ.ประยุทธ์ บอกใครอยากเป็นมาสมัครได้เลย ส่วนระยะที่สามคือปลายปีหน้าที่จะเริ่มกระบวนการการเลือกตั้ง และเรื่องการปฎิรูปสามารถมาดำเนินการต่อในขั้นตอนที่สามได้ ซึ่งต้องดูเรื่องกฎหมายกว่า 400ฉบับ ที่ค้างอยู่ เพื่อให้ความเป็นธรรม







