
คนสั่งไล่ออก
สัปดาห์นี้ต้องโฟกัสไปยังแวดวงศาลยุติธรรมไทย หลังคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)
สัปดาห์นี้ต้องโฟกัสไปยังแวดวงศาลยุติธรรมไทย หลังคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้พิจารณาลงโทษทางวินัยผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่จำนวนถึง 7 ราย ที่ยอมให้ประกันตัวจำเลยในคดีข่มขืนกระทำชำเรา และคดียาเสพติดผิดระเบียบและกฎหมาย
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการตาชั่งไทยอย่างมาก เพราะบุคคลที่ถูกให้ออกล้วนเป็นข้าราชการระดับสูง แต่กลับมีความประพฤติมิชอบทางกฎหมายเสียเอง
คนใจกล้างานนี้ต้องยกย่องความเด็ดขาดให้ ดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้สะบัดปากกาลงนามในคำสั่งลงโทษจนสามารถเรียกความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะวงการศาลได้มากโข
สำหรับดิเรก เกิดวันที่ 31 ต.ค. 2493 จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ดิเรกสมรสกับ มยุรี อิงคนินันท์
เริ่มงานจากอัยการผู้ช่วย เมื่อปี 2520 ถัดมาขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาและขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเบตง วันที่ 1 เม.ย. 2532 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงราชบุรี วันที่ 1 เม.ย. 2533 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดราชบุรี วันที่ 1 เม.ย. 2534 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพระนครใต้ วันที่ 1 ต.ค. 2535 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ วันที่ 3 พ.ค. 2536 รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 วันที่ 1 ต.ค. 2538
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ วันที่ 1 ต.ค. 2539 ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 6 วันที่ 1 ต.ค. 2547 ผู้พิพากษาศาลฎีกา วันที่ 1 ต.ค. 2548 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา วันที่ 1 ต.ค. 2551 ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา วันที่ 1 ต.ค. 2552 และดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2554
นอกจากนี้ ขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกานั้นดิเรกเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 องค์คณะพิจารณาอุทธรณ์คดีเงินปันผลหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น มูลค่า 46,373,678,454.70 บาท ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดิน







