
ยกฟ้อง"มาร์ค-สุเทพร้อง"ธาริต"ทำสำนวนสลายม็อบปี53มิชอบ
ศาลอาญายกฟ้องอภิสิทธิ์-สุเทพ ร้อง"ธาริต"ทำสำนวนสลายม็อบเสื้อแดงปี53มิชอบ
ศาลอาญายกฟ้องอภิสิทธิ์-สุเทพ ร้อง"ธาริต"ทำสำนวนสลายม็อบเสื้อแดงปี53มิชอบ
เวลา 10.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งว่ารับฟ้องหรือไม่ ในคดีหมายเลขดำ อ.310/2556ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปัจจุบันปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี2553 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 90 , 157 , 200กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 - 13ธ.ค.55 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี2553 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริงและดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะต้องเป็นการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.
ศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่ามูลเหตุการสรุปสำนวนคดีกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง สืบเนื่องจากการชุมนุมของ นปช. เมื่อปี 2551พ.ค.53 มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมหลายหมื่นคน ต่อมามีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีจึงได้ประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตั้ง ศอฉ. ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณแยกผ่านฟ้า และ ถ.ราชดำเนิน จนเกิดการปะทะกับกลุ่มที่อ้างว่าเป็นชายชุดดำ มีเจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากนั้น นายสุเทพ โจทก์ที่ 2ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถใช้อาวุธปืนและจัดให้มีหน่วยพลทหารซุ่มยิงระยะไกลได้
ซึ่งการชุมนุม นปช.ดำเนินการเรื่อยมาและได้ยุติลงเมื่อเหตุการณ์วันที่ 19พ.ค.53มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย มีผู้เสียชีวิต บางรายเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร หลังจากนั้นพนักงานอัยการได้ยื่นไต่สวนชันสูตรสาเหตุการตายต่อศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้โดยศาลได้มีคำสั่งว่าผู้เสียชีวิตบางรายจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่ยิงมาจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ทหาร
การสอบสวนและสรุปสำนวน จึงสืบเนื่องจากพยานหลักฐานที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตดังกล่าว และเป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐาน บทบัญญัติของกฎหมาย พยานหลักฐานที่นำสืบของโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสี่ มีเจตนาบิดเบือนแจ้งข้อกล่าวหาหรือกลั่นแกล้งโจทก์แต่อย่างใด
ส่วนที่โจทก์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ทั้งสองมีตำแหน่งทางการเมือง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจสอบสวน ป.ป.ช.ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นั้น เห็นว่าคดีที่จำเลยได้ดำเนินการทำสำนวนและสั่งให้พนักงานอัยการนั้น เป็นมูลคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งอัยการสูงสุดก็ได้มีคำสั่งให้ฟ้องโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นไปตามอำนาจหน้าที่แล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง
ภายหลังนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ เปิดเผยว่า จะปรึกษากับตัวโจทก์อีกครั้ง แต่คาดว่าจะอุทธรณ์คดีต่อไป ซึ่งเราเห็นว่าการสอบสวนเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.







