posttoday
รัฐสวัสดิการ

รัฐสวัสดิการ

08 สิงหาคม 2557

การบริหารประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาจากการรัฐประหาร โดยมีเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จึงเป็นโอกาสดีที่กระทรวงการคลังถือโอกาสนำเสนอผลการศึกษาด้านภาษีที่เห็นว่าควรจะทำให้ คสช.พิจารณา โดยเฉพาะการเก็บภาษีคนรวย เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ฯลฯ หากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กฎหมายเหล่านี้มีโอกาสน้อยมากที่จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา

การบริหารประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาจากการรัฐประหาร โดยมีเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จึงเป็นโอกาสดีที่กระทรวงการคลังถือโอกาสนำเสนอผลการศึกษาด้านภาษีที่เห็นว่าควรจะทำให้ คสช.พิจารณา โดยเฉพาะการเก็บภาษีคนรวย เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ฯลฯ หากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กฎหมายเหล่านี้มีโอกาสน้อยมากที่จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแผนรัฐสวัสดิการให้ คสช.พิจารณา ในรูปของการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงกับคนจน โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน และถือเป็นการขยายฐานข้อมูลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปในตัว โดยจะให้ผู้ใช้แรงงานมายื่นแบบเสียภาษีทุกคน ไม่ว่าจะมีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีหรือไม่ หากมีเงินได้ต่ำกว่าปีละ 3 หมื่นบาท ซึ่งมีอยู่ประมาณ 8 ล้านกว่าคน ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือเลย แต่หากสูงกว่านั้นก็จะต้องรอให้ สนช.พิจารณาว่าเพดานสูงสุดที่จะให้ภาษีได้คือเท่าไหร่จะถึง 8 หมื่นบาท/ปี หรือไม่

วิธีการนี้ กระทรวงการคลังเสนอว่า เป็นแนวทางที่ดีและเมื่อใช้วิธีการนี้แล้วก็ควรจะเลิกโครงการประชานิยมต่างๆ ที่ผลาญเงินงบประมาณไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ กระทรวงการคลังระบุว่า คนที่จะได้รับการช่วยเหลือมี 18 ล้านคน จะใช้เงินงบประมาณประมาณปีละ 5.6 หมื่นล้านบาท

ข้อดีของการทำโครงการนี้คือ ทำให้สามารถทราบประชากรที่ทำงานทั้งในระบบและนอกระบบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และมีข้อมูลผู้เสียภาษีเพิ่ม ในระยะยาวจะลดคนที่เลี่ยงการเสียภาษีได้ รัฐสามารถรู้ว่าจะต้องจัดเตรียมงบประมาณไว้ปีละเท่าไหร่เพื่อโครงการนี้ และลดความรั่วไหลของเงินงบประมาณ ที่ส่วนใหญ่อ้างว่านำไปทำโครงการประชานิยมช่วยเหลือประชาชน แต่ก็มีการรั่วไหลระหว่างทาง เงินถึงมือประชาชนส่วนเดียวเท่านั้น

เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย หากการจัดเก็บฐานข้อมูลผิดพลาด ไม่มีการตรวจสอบให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันทุกปี ก็อาจจะเกิดความเสียหาย หากไม่เป็นคนจนที่แท้จริง

นอกจากนี้ ไม่มีหลักประกันอะไรว่า หากรัฐบาลของ คสช.หมดวาระจะหลังภารกิจปฏิรูปประเทศเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะไม่มาทำโครงการประชานิยมอีก และหากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาทำโครงการประชานิยม ก็เท่ากับต้องเสียงบประมาณ 2 ต่อ การปรับเปลี่ยนประชานิยมเป็นรัฐสวัสดิการก็จะล้มเหลว และประเทศก็จะกลับสู่วังวนเดิม ดังนั้นควรหาแนวทางป้องกันในเรื่องนี้ไว้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท