
สัญญาณไม่ดี
เมื่อวานนี้ มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจจากกลุ่มประเทศยูโรโซนออกมา 2 ประเทศ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสัญญาณที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
เมื่อวานนี้ มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจจากกลุ่มประเทศยูโรโซนออกมา 2 ประเทศ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสัญญาณที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
อย่างแรก คือเศรษฐกิจอิตาลีกลับไปสู่ภาวะติดลบอีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยติดลบไป 0.2%
อย่างที่สอง คือเศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยูโรโซนนั้น ปรากฏว่าใบสั่งผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมร่วงหล่นลงไปถึง 3.2% ในเดือน มิ.ย. หลังจากที่ก่อนหน้านั้นในเดือน พ.ค.ก็หล่นลงไปแล้ว 1.6% ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลข 3.2% นี้ถือว่าต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีด้วย
ที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เหล่านี้สอดคล้องกับผลสำรวจบรรยากาศทางเศรษฐกิจในเยอรมนี ที่ต่างเริ่มแสดงความวิตกกังวลแล้วว่า สถานการณ์ตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในหลายจุดทั่วโลกนี้ กำลังฉุดความเชื่อมั่นและจุดให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นในเหล่าผู้นำทางธุรกิจ ว่าอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจในที่สุดแล้วอาจจะได้รับผลกระทบ
โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยูโรโซนนั้นถือว่าอยู่ในจุดเสี่ยงมากที่สุดครับ
ประการแรก ยูโรโซนยังฟื้นตัวขึ้นมาได้ยังไม่เต็มที่นักจากพิษวิกฤตหนี้เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ในขณะนี้ยูโรโซนกลับต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงของปัญหาเงินฝืดที่การใช้เงินในยูโรโซนนั้นไม่คึกคักเหมือนในอดีต
ประการที่สอง ยูโรโซนมีความเสี่ยงสูงจากแรงปะทะที่จะเกิดขึ้นจากวิกฤตในยูเครน ที่ทำให้ยุโรปต้องตกบันไดพลอยโจนไปมีเรื่องกับรัสเซียโดยที่ตัวเองก็ไม่ต้องการเสียเท่าไหร่ครับ
เพราะพูดกันง่ายๆ ก็คือ ยูโรโซนส่วนใหญ่ถือว่าอยู่ในสถานะรองบ่อนต่อรัสเซียอย่างมาก เพราะหลายประเทศยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียอยู่มหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนีที่นำเข้าก๊าซจากรัสเซียในปริมาณมาก
จึงกล่าวได้ว่า ยูโรโซนจึงมีสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักในระยะนี้ จากทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายในที่ยังค่อนข้างเซื่องซึม แต่ในขณะเดียวกันยุโรปยังต้องกระโดดเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งร่วมหัวจมท้ายกับสหรัฐอเมริกาในการประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียมาเป็นระยะ ซึ่งเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้อย่างหนักจากรัสเซีย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากรัสเซียประกาศห้ามสายการบินยุโรปบินผ่านน่านฟ้าทรานส์ไซบีเรียจริงตามที่เป็นข่าว งานนี้สายการบินยุโรปคงถึงการกระอักเลือดครับ







