
ฝันอันยิ่งใหญ่ของไทย จุดรวมก่อนการปฏิรูป
คำถามใหญ่สำหรับคนไทยและผู้มีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะ ครม. สนช. สปช. และ กมธ. ก่อนที่จะเริ่มลงรายละเอียดว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างไรในด้านต่างๆ คืออะไรเป็นจุดหมายปลายทางของการปฏิรูปและการพัฒนาที่คนไทยทั้งสังคมอยากเห็น
คำถามใหญ่สำหรับคนไทยและผู้มีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะ ครม. สนช. สปช. และ กมธ. ก่อนที่จะเริ่มลงรายละเอียดว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างไรในด้านต่างๆ คืออะไรเป็นจุดหมายปลายทางของการปฏิรูปและการพัฒนาที่คนไทยทั้งสังคมอยากเห็น
เพราะที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ชาติหลายร้อยปี เราคนไทยอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีภัยคุกคามอะไรมาก จึงมักไม่มีนิสัยที่จะมองไปในอนาคต ชอบปล่อยตัวไปตามเหตุการณ์ สุดแต่ว่าผู้นำจะพาไปเช่นใด เราไม่เคยมีวัตถุประสงค์แห่งชาติร่วมกันจริงๆ สักครั้ง
แต่ในคราวนี้บ้านเมืองถึงคราววิกฤตอย่างทั่วด้าน จับตรงไหนก็มีปัญหาเปื่อยยุ่ยไปทั้งองคาพยพ จนทำให้ดัชนีการพัฒนาตกอันดับไปอยู่ท้ายสุดของภูมิภาคเกือบทุกตัวแล้ว
เพื่อหนุนเสริมการทำงานของกลไกอำนาจที่กำลังจะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ผมอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยเรือนแสนเรือนล้านให้เข้ามาร่วมกันวาดความฝัน โดยผ่านวงพูดคุยสื่อสารมวลชนและสื่อสารสังคมทุกรูปแบบ ทั้งเวทีสาธารณะและเวทีตามหน่วยงาน ตามโรงงาน ตามห้างร้าน ตามโรงเรียน ตามท้องถิ่นชุมชนต่างๆ ให้ได้เป็นภาพความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนไทย (Thais’ Dream) เพื่อจะได้ใช้เป็นเป้าหมายการปฏิรูปและการพัฒนาประเทศในระยะยาวร่วมกันของทุกฝ่าย
มีประเด็นฝากที่อาจนำไปใช้เป็นโจทย์ในการระดมความคิดเพื่อสร้างความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนไทย อย่างน้อย 5 เรื่อง
1.เป้าหมายการพัฒนาประเทศ (Goal)
สังคมไทยคุ้นเคยกับคำสอนคำทำนายตามคติทางพุทธศาสนาว่าด้วยเรื่องยุคพระศรีอาริย์ ผู้ใหญ่บางท่านเคยตั้งประเด็นว่า “สังคมศรีอาริยะ” ใช่ไหมที่เป็นเป้าหมายการพัฒนา
หรือว่าจะยึดเอาแนวคิด “สันติประชาธรรม” ของท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ท่านพูดถึงทุกชีวิตในสังคมมีสวัสดิการความมั่นคง ครอบคลุมตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอนหรือว่าจะใช้เป้าหมาย “สังคมที่ดีงามและอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” แบบที่ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี และท่านอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ
2.วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2050 (Vision)
ผมเสนอให้เพื่อนคนไทยทุกชนชั้น ทุกหมู่เหล่า ทุกวงการ มาร่วมกันทำวิสัยทัศน์ประเทศไทย เพื่อเป็นความใฝ่ฝันร่วมกันในระยะยาว โดยมองไปสักสามสิบปีข้างหน้าว่าเมืองไทยของเราควรเป็นอย่างไร เรียกว่าวิสัยทัศน์ประเทศไทยสำหรับเป็นหมุดหมายในปี 2050
วิสัยทัศน์ด้านแรก เป็นด้านความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจ สังคม การทำมาหากิน ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ อาหาร พลังงาน ฯลฯ
อีกด้านหนึ่ง เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศอันหมายรวมถึงการเมือง การปกครอง ความสัมพันธ์กับประเทศภายนอก สันติภาพ สงคราม ฯลฯ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะฝันถึงอนาคตข้างหน้า การพูดคุยควรเริ่มด้วยการทบทวนอดีตย้อนหลังไปสักสามสิบปีเสียก่อนว่าในแต่ละช่วงสิบปีที่ผ่านมา บ้านเมืองของเราเป็นอยู่เช่นใดและเปลี่ยนผ่านมาถึงวันนี้อย่างไร ยิ่งช่วยกันมองอดีตให้แจ่มชัดเท่าไรจะยิ่งทำให้มองอนาคตได้ชัดเจนเท่านั้น อย่างที่มีผู้เปรียบเปรยว่าถ้าจะยิงธนูให้พุ่งสู่เป้าหมายข้างหน้าได้ไกล ก็ต้องน้าวคันธนูไปข้างหลังให้มากและสมดุลกัน
3.พันธกิจการพัฒนา (Mission)
เพื่อจะนำพาสังคมไทยไปบรรลุเป้าหมายตามความใฝ่ฝันร่วมกันของพี่น้องคนไทย หน่วยงาน องค์กรและภาคีต่างๆ ในสังคม ควรต้องมีแรงบันดาลใจและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของตนว่าจะร่วมส่วนในการขับเคลื่อนผลักดันประเทศไปในทิศทางดังกล่าวอย่างไรบ้าง สิ่งนี้เรียกว่าพันธกิจการพัฒนา
การพัฒนาประเทศในยุคต่อไป มิใช่ยุคของการรอคอยให้ภาครัฐมาเป็นผู้นำแบบผูกขาดอย่างแต่ก่อน หากต้องเป็นการร่วมและผลัดกันนำไปตามศักยภาพและประเด็นความเชี่ยวชาญ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมต่างต้องมีความเข้มแข็ง ทั้งร่วม ทั้งตรวจสอบและทั้งถ่วงดุลซึ่งกันและกัน
คำถามสำหรับภาคประชาสังคม คือ การปฏิรูปโครงสร้าง กลไก และระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน 1 ปีข้างหน้านี้อะไรบ้างที่จะไปเสริมสร้างความพร้อมและศักยภาพของสังคมเพื่อแบกรับภารกิจตามความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ดังกล่าว
4.อุดมการณ์ความเชื่อ (Believe)
อุดมการณ์ทางการเมือง หมายถึง แนวความคิดทางการเมืองที่นำไปปฏิบัติจริง มีอิทธิพลต่อกระบวนการทางการเมืองตลอดจนการใช้อำนาจรัฐและการให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาล นอกจากนี้ยังสะท้อนสภาพของสังคมและวัฒนธรรมทางการเมืองของแต่ละชุมชนอุดมการณ์ทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ในโลก อาจแบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ จากซ้ายสุดไปขวาสุด ได้แก่ ลัทธิคอมมิวนิสม์ (Communism) ลัทธิสังคมนิยม (Socialism) ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) ลัทธิอนุรักษนิยม (Conservatism) และลัทธิเผด็จการฟาสซิสม์ (Fascism) ซึ่งทั้งหมดนี้คนไทยควรศึกษาและรู้เท่าทัน โดยเฉพาะส่วนสุดทั้งซ้ายและขวาที่เคยได้สร้างความหายนะใหญ่แก่โลกมาแล้ว
ในช่วงค่อนศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีประสบการณ์ตรงในเรื่องความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองในหลายช่วงเวลา คำถาม คือ อุดมการณ์ความเชื่อแบบใดที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศไปสู่ความฝันใหญ่ร่วมกัน อาจจำเป็นต้องช่วยกันตรวจสอบและมีมาตรการรณรงค์ป้องกัน แบบเดียวกับคนเยอรมันที่เข็ดขยาดกับลัทธินาซีและใช้เวลาร่วมห้าสิบปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ป้องกันไม่ให้คืนชีพ
5.ค่านิยมพื้นฐาน (Value)
ค่านิยมพื้นฐานที่สังคมยึดถือร่วมกันเป็นตัวกำหนดกรอบวิธีคิด จิตสำนึกและพฤติกรรมของผู้คนทั่วไปในสังคมรวมทั้งผู้มีอำนาจหน้าที่ เมื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถี ก็กลายเป็นนิสัยแห่งชาติที่มีอัตลักษณ์เฉพาะที่ไม่มีใครเหมือน
ในช่วงมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิลที่เพิ่งผ่านไป ใครๆ ต่างพูดถึงนิสัยคนเยอรมันที่มี ระเบียบ วินัย รับผิดชอบ รู้หน้าที่ ทำงานเป็นทีม
คำถาม คือ ในการขับเคลื่อนภารกิจไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนไทย มีค่านิยมพื้นฐานของคนไทยอะไรบ้างที่เอื้อ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุความฝัน ซึ่งคงต้องช่วยกันหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ ทบทวนและมีแผนงานโครงการในการปลูกฝังและเสริมสร้างปัจจัยเอื้อกันอย่างจริงจังและเห็นผล







