posttoday
อาหารไทยขึ้นแท่นแบรนด์ฮิตอินเตอร์

อาหารไทยขึ้นแท่นแบรนด์ฮิตอินเตอร์

06 สิงหาคม 2557

ประกาศศักดาความอร่อยระดับโลกอีกครั้งสำหรับอาหารไทย หลังจากหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวชื่อดังระดับนานาชาติ อย่าง “โลนลี แพลเน็ต” จัดอันดับให้ประเทศไทยขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 1 ด้านอาหาร ในปี 2011 และ 2012 แถมยังได้อันดับ 2 จากการจัดอันดับในปี 2013 ล่าสุดด้วย เนื่องจากอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในสหรัฐและยุโรป เห็นได้ชัดจากความต้องการและความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านอาหารที่ให้บริการอาหารไทยที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในโลกตะวันตก

ประกาศศักดาความอร่อยระดับโลกอีกครั้งสำหรับอาหารไทย หลังจากหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวชื่อดังระดับนานาชาติ อย่าง “โลนลี แพลเน็ต” จัดอันดับให้ประเทศไทยขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 1 ด้านอาหาร ในปี 2011 และ 2012 แถมยังได้อันดับ 2 จากการจัดอันดับในปี 2013 ล่าสุดด้วย เนื่องจากอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในสหรัฐและยุโรป เห็นได้ชัดจากความต้องการและความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านอาหารที่ให้บริการอาหารไทยที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในโลกตะวันตก

อาหารไทยถือเป็นอาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศหลากหลายชนิด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์แก่ร่างกาย เช่นเดียวกับวิธีการปรุงและจัดเตรียมอาหารที่ค่อนข้างพิถีพิถันและดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ลอสแองเจลิส เดลี นิวส์ สื่อจากสหรัฐ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับธุรกิจอาหารไทยด้วยว่า ร้านอาหารไทยเริ่มกลายเป็นแบรนด์ดังระดับโลก เนื่องมาจากชื่อเสียงของอาหารไทยที่โด่งดังไปไกลในระดับนานาชาติและการแข่งขันที่มีระดับรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ลอสแองเจลิส เดลี นิวส์ ยังสัมภาษณ์และสอบถามความคิดเห็นของ พิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของร้านแมงโก ทรี หรือต้นมะม่วง ซึ่งเปิดให้บริการอาหารไทยมานานเกือบ 10 ปี และเป็นผู้ปั้นแบรนด์แมงโก ทรี ให้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารไทยที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ระบุว่า อาหารไทยได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ และทางร้านแมงโก ทรี เองก็ตั้งเป้าว่าจะขึ้นมายืนเป็นแบรนด์แถวหน้าของร้านอาหารไทยในกระแสฮิตทั่วโลกนี้

ซีอีโอของแมงโก ทรี เริ่มธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 1994 โดยเปิดร้านราว 70 แห่งใน 16 ประเทศทั่วโลก กระนั้นในปี 2015 ทางแมงโก ทรี ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มผลประกอบการรายปีเป็นสองเท่าหรือราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากร้านอาหารไทยที่ขยายตัวมากขึ้นเป็น 100 แห่ง พร้อมทั้งวางแผนบุกตลาดทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ภูมิภาคตะวันออกกลางและออสเตรเลียด้วย

นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว การจัดอันดับด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ของหนังสือแนะนำการท่องเที่ยว “โลนลี แพลเน็ต” เมื่อปี 2013 ยังพบด้วยว่า ไทยยังติด 1 ใน 10 ประเทศจุดหมายปลายทางที่น่าท่องเที่ยวอีกหลายรายการ ได้แก่ อันดับที่ 2 จากการประเมินของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดในภาพรวม

นอกจากนั้น ไทยยังผงาดเป็นอันดับที่ 1 ประเทศท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุดและพ่วงอันดับ 2 ประเทศที่มีโอกาสพบปะนักท่องเที่ยวอื่นๆ มากที่สุดรองจากออสเตรเลีย อันดับที่ 6 ประเทศจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนแบบชิลๆ และประเทศที่มีสถานบันเทิงที่เหมาะแก่การแฮงเอาต์

พลาดไม่ได้เลยคือ การจับจ่ายซื้อสินค้าหรือช็อปปิ้งที่ไทยรั้งอันดับที่ 3 ขณะที่สถานที่พักแรมรวมถึงโรงแรมต่างๆ ที่ไทยยังครองแชมป์อันดับ 1 โดยเฉพาะที่พักบริเวณชายหาดต่างๆ ที่ต้องใจถูกรสนิยมนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท