
‘อภิสิทธิ์’จี้ถาม‘ทักษิณ’ ยกเลิกสัญชาติไทยไหม
การประกาศเป็นพลเมืองมอนเตเนโกรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อหลบหนีหมายจับคดีผู้ก่อการร้าย ทำให้นายกฯ ย้อนถามว่า จะทิ้งสัญชาติไทยหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในไทยอาจจะยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากใช้สิทธิเป็นพลเมืองถือสัญชาติมอนเตเนโกร แล้วอย่างนี้จะยกเลิกหรือสละสัญชาติไทยหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ สละสัญชาติไทย สิทธิหน้าที่ก็ต้องไปด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสัญชาติแล้วจะไม่มีคดีความผิดในไทย ก็ต้องมาติดตามกันต่อว่าจะเป็นอย่างไร
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะนัดหารือร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดกรอบการทำงานในการทำคดีก่อการร้ายให้มีความรัดกุมมากที่สุดในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 09.00 น.
นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอจะออกหมายจับเพิ่มเติมแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ลำดับรองลงไปทั้งกลุ่มการ์ด นปช. กลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่ยังมีการเคลื่อนไหวในทุกจุดที่เกิดเหตุวุ่นวาย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในสัปดาห์หน้า
สำหรับแกนนำ นปช.บางคนที่หลบออกนอกประเทศไปแล้ว ดีเอสไอไม่ได้เพิกเฉย แต่จะพยายามติดตามตัวมาดำเนินคดีเช่นเดียวกับแกนนำคนอื่นๆ
นายธาริต กล่าวว่า แนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้กระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีฆ่าตัดตอนสงครามยาเสพติด 2,500 คน ในสมัยรัฐบาลทักษิณนั้นสามารถทำได้ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอได้รับคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีฆ่าตัดตอนไว้เป็นคดีพิเศษแล้วส่วนหนึ่ง และขณะนี้คดีส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของสำนักคดีอาญาพิเศษ
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า การตรวจสอบกรณีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 6 คน ที่วัดปทุมวนารามนั้น คดีนี้แยกเป็น 2 เรื่อง คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ชันสูตรศพถูกต้องตามกฎหมาย คือแพทย์สถาบันนิติเวช ซึ่งผลยังไม่ออกมา อีกเรื่องคือเข้าติดตามตรวจสอบในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยเห็นภาพเบื้องต้นว่าบาดแผลบางคนมีทิศทางชัดเจน ซึ่งต้องรอการผ่าศพภายในเสียก่อนว่าถูกกระสุนตรงไหน อย่างไรก็ตาม บางส่วนพอสรุปได้
ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยา ศาสตร์ กล่าวว่า ในการชันสูตรต้องดูสิ่งที่เห็นจริงคือศพ แล้วถึงมาดูสิ่งที่พยานบอก รวมถึงตัวพยานว่าลำเอียงหรือมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
“
ขณะนี้สังคมขัดแย้ง ไม่ฟังใครเลย อะไรก็ตามไม่ตรงใจ ไม่ยอมรับ เอาความคิดตนเองมาใส่ความคิดคนอื่นทำให้บิดเบือน โดยเฉพาะนักการเมือง เป่าหูประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายในกระบวนการยุติธรรม” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว






