
"กฏหมายอุ้มบุญ" ถึงเวลาต้องทบทวน
การรับจ้างอุ้มบุญ หรือการตั้งครรภ์แทนคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียของสาวชาวไทย ภัทรมล จันทร์บัว ที่เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกนั้น จุดประเด็นเรื่องการแก้ไขกฎหมายการอุ้มบุญในไทยให้กลายเป็นประเด็นฮิตขึ้นมาอีกครั้ง
การรับจ้างอุ้มบุญ หรือการตั้งครรภ์แทนคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียของสาวชาวไทย ภัทรมล จันทร์บัว ที่เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกนั้น จุดประเด็นเรื่องการแก้ไขกฎหมายการอุ้มบุญในไทยให้กลายเป็นประเด็นฮิตขึ้นมาอีกครั้ง
เดอะ การ์เดียน สื่อชื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า กรณีน้องแกรมมี่ เด็กอุ้มบุญที่ถูกทอดทิ้งตามข่าว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในแดนจิงโจ้ไม่แพ้ในประเทศไทยเช่นกัน โดยนายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ แห่งออสเตรเลีย ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากและเด็กไม่ควรถูกทอดทิ้งเช่นนั้น นอกจากนี้ แอบบอตต์ยังชี้ให้เห็นว่า น่าจะมีหลุมพรางหรือกับดักบางส่วนแฝงอยู่ในธุรกิจประเภทนี้
สอดรับกับ ราเชล คุนดี ผู้อำนวยการบริหารหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการตั้งครรภ์แทนในออสเตรเลีย ที่กล่าวว่า กรณีน้องแกรมมี่ที่เกิดขึ้นในไทยเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างมาก เพราะการแยกเด็กออกจากแฝดของตน และทอดทิ้งไปเสมือนไม่ใช่ลูกของตนเอง เป็นเรื่องที่ไม่อาจหยั่งถึงได้ว่าพ่อแม่ของเด็กคิดอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายของออสเตรเลีย ผู้ที่อาศัยอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ และเขตเมืองหลวง หรือออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เอซีที) ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำข้อตกลงทางธุรกิจสำหรับกรณีการอุ้มบุญ ส่งผลให้คู่สมรสหลายคู่ตัดสินใจเดินทางมายังไทยหรืออินเดียเพื่อหาผู้อุ้มบุญ เนื่องจากกฎหมายในไทยเปิดโอกาสให้มีการอุ้มบุญได้ ถ้าผู้ที่อุ้มบุญเป็นญาติที่มีสายเลือดเดียวกันของคู่สมรสทั้งสอง และต้องไม่เป็นไปในเชิงพาณิชย์ รวมถึงต้องทำในสถานพยาบาลที่มีการรับรองอย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น
ล่าสุด เหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกกังวลแก่ผู้มีบุตรยากในออสเตรเลีย ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะนำไปสู่การระงับหรือห้ามการตั้งครรภ์แทนผู้อื่นในเชิงพาณิชย์ในระดับนานาชาติทั้งหมด
ด้านเว็บไซต์จัวริสต์ ที่เสนอข่าวกฎหมายและงานวิจัยทางด้านกฎหมาย ซึ่งมี เบอร์นาร์ด ฮิบบิตต์ส ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากโรงเรียนกฎหมาย มหาวิทยาลัยพิตส์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ในสหรัฐ เป็นบรรณาธิการและผู้พัฒนาเว็บไซต์ ก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายอุ้มบุญในไทยด้วยเช่นเดียวกัน
เว็บไซต์จัวริสต์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยร่างกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีการตั้งครรภ์แทนทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ที่ผิดกฎหมาย และก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการตามมา
ทั้งนี้ จัวริสต์ยังอธิบายเพิ่มเติม พร้อมยกกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์แทนนี้ในศาลยุติธรรมด้วยว่า เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาทางกฎหมายที่พบว่ามีการต่อสู้กันมากมายในศาลทั่วโลก เช่น ปี 2012 ผู้พิพากษาศาลแขวงแห่งรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย ได้ตีความความหมายของคำว่า “การปฏิสนธิ” ที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ เพื่อให้เป็นตามพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์แทนปี 2010 ที่ว่าการเตรียมการตั้งครรภ์แทนต้องลงนามก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์







