posttoday
มั่งมีเพราะปัญญาความรู้สร้างความมั่งคั่ง

มั่งมีเพราะปัญญาความรู้สร้างความมั่งคั่ง

05 สิงหาคม 2557

คุณผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำของคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ อย่าได้แปลกใจถ้าเห็นดิฉันโผล่มา นั่นแสดงว่าคุณสมชายท่านติดภารกิจสำคัญจึงฝากงานดิฉันไว้ ซึ่งดิฉันจะแวบมาเป็นมวยแทนนานๆ สักครั้งหนึ่ง สัปดาห์หน้าคุณสมชายจะกลับมาพบคุณผู้อ่านตามปกติค่ะ

คุณผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำของคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ อย่าได้แปลกใจถ้าเห็นดิฉันโผล่มา นั่นแสดงว่าคุณสมชายท่านติดภารกิจสำคัญจึงฝากงานดิฉันไว้ ซึ่งดิฉันจะแวบมาเป็นมวยแทนนานๆ สักครั้งหนึ่ง สัปดาห์หน้าคุณสมชายจะกลับมาพบคุณผู้อ่านตามปกติค่ะ

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.-2 ส.ค.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์จัดงานมหกรรมการลงทุน ซึ่งเป็นงานประจำปีที่เรียกว่า “โพสต์ทูเดย์ เอ็กซ์โป” งานที่จัดขึ้นจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นการให้ความรู้ เชิญกูรูการลงทุนในด้านต่างๆ มาให้ความรู้และแนะนำเคล็ดลับการลงทุน อีกส่วนหนึ่งคือการออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนแก่ผู้สนใจที่จะใช้บริการ โดยสถาบันการเงินจะนำโปรโมชั่นพิเศษมาให้ลูกค้าได้ใช้บริการในงานนี้

งานจบไปแล้ว แต่จากที่ดิฉันไปสังเกตการณ์งานตลอด 3 วัน พบว่า คนที่ไปเดินในงานส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ตั้งใจจะมาหาความรู้และหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง

จำนวนคนที่ไปสมัครทำบัตรเครดิต ซื้อประกัน ซื้อกองทุนรวม ฝากเงิน อาจจะไม่คึกคัก เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจนทำให้มีกิจกรรมทางธุรกิจมากมาย แต่ในด้านของเวทีสัมมนาและเวิร์กช็อปที่จัดให้นักลงทุนมาฟัง ทั้งการแนะนำลงทุนในหุ้น ในทองคำ และการวางแผนภาษีเพื่อความมั่งคั่ง

เวทีสัมมนามีคนฟังล้นหลาม ดิฉันนั่งดูผู้เข้าฟังสัมมนาอย่างสังเกต ก็จะเห็นว่าแต่ละคนตั้งอกตั้งใจฟัง มีการจดโน้ต และเมื่อการสัมมนาจบลง ก็ลุกจากเก้าอี้กรูเข้าไปหาวิทยากรเพื่อสอบถามข้อสงสัยหรือยกกรณีปัญหาของตัวเองขึ้นมาถามให้วิทยากรตอบโดยตรง

การสนใจที่จะหาความรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจการเงินและการลงทุน เป็นเรื่องที่ควรจะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก หากคนไทยมีความรู้เรื่องการลงทุนและความเสี่ยง ก็จะมีทางเลือกในการออมมากขึ้น ไม่ต้องนั่งรอแต่ดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ที่มักจะให้ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเหลือเกิน ยิ่งนำดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ไปหักกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว คนไทยได้รับผลตอบแทนจากการออมติดลบเสียด้วยซ้ำ

จากผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) สำรวจตามแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ที่วัดผลใน 3 ด้าน คือ ความรู้ด้านการเงิน พฤติกรรมทางการเงิน และทัศนคติทางการเงิน พบว่า คนไทยมีคะแนนทักษะทางการเงินเฉลี่ยคิดเป็น 58.5% ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยของ 14 ประเทศที่ร่วมโครงการของ OECD ซึ่งอยู่ที่ 62.3%

ผลสรุปของรายงานออกมาบอกว่า คนไทยไม่มีความรู้ทางการเงินอย่างถ่องแท้ มีคนไทยมากกว่าครึ่งไม่เข้าใจการคำนวณดอกเบี้ย ทั้งดอกเบี้ยทบต้น การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก การคำนวณเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก รวมไปถึงไม่เข้าใจนโยบายคุ้มครองเงินฝาก ฯลฯ

นั่นเป็นเพราะประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการให้ “ความรู้ทางการเงิน” (Financial Literacy) ที่ค่อนข้างต่ำ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของทุกคน แต่กลับไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร

ฉะนั้น การที่ดิฉันเห็นคนไปนั่งฟังสัมมนาในงานนี้ หรือการสัมมนาให้ความรู้เรื่องการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ดิฉันรู้สึกดี ในฐานะของคนที่ทำข่าวการเงินมานานกว่า 20 ปี ได้พบทั้งคนที่รวยล้นฟ้าและจนติดดิน ได้พูดคุยก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างทางด้านโอกาสของคนจนและคนรวย

ในยุคที่บริการทางการเงินมีให้เลือกเกลื่อนตลาดและหลายบริการค่อนข้างซับซ้อน ตามการพัฒนาของนวัตกรรมทางการเงิน การไม่มีความรู้จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เงินต้นที่เราอุตส่าห์เก็บออมมานานควักไปลงทุนหรือซื้อบริการ แต่ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า แถมทุนอาจจะหายไปด้วย ถ้าเราคำนวณผลตอบแทนไม่เป็น

จึงถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะลุกขึ้นมาหาความรู้ทางการเงินเพื่อเป็นต้นทุนต่อยอดไปแสวงหาผลตอบแทนที่ดี หรือช่องทางการลงทุนที่เหมาะสม รวมไปถึงเลือกใช้บริการทางการเงินได้ถูกต้อง สร้างความร่ำรวยอย่างยั่งยืนให้กับตัวเอง

ก่อนที่คุณพ่อดิฉันท่านจะเสียชีวิต ดิฉันได้คุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องรากเหง้าของตระกูลและการประสบความสำเร็จในชีวิตของพ่อที่มาจากสองมือเปล่าโดยไม่มีอะไรเลย

พ่อเล่าให้ฟังว่า อากงกับอาม่าของดิฉันเดินเท้ามาจากเมืองจีนจนมาถึงประเทศไทย ก็ไปตั้งรากเหง้าที่ จ.ร้อยเอ็ด และทำอาชีพค้าขาย แต่พ่อโชคร้ายที่พ่อกับแม่เสียชีวิตตั้งแต่พ่อยังเด็ก พ่อมีญาติที่ปู่ส่งเงินไปให้ตามมาอยู่เมืองไทยหลายคน แต่เมื่ออากงเสียชีวิต ญาติทั้งหลายปฏิเสธความช่วยเหลือหลานๆ พ่อจึงเดินทางมากรุงเทพฯ มาเป็นจับกังที่เยาวราช และเริ่มขับรถแท็กซี่ ซึ่งแท็กซี่รุ่นแรกของไทยเป็นรถออสตินที่นักสะสมรถเก่าพยายามหามาครอบครอง

จนดิฉันเกิด พ่อก็ยังขับรถแท็กซี่อยู่ สิ่งที่ดิฉันเห็นมาตลอดคือ พ่อเป็นคนขยันมาก แต่พ่ออ่านหนังสือไม่ออก แม่จึงสอนให้พ่ออ่านหนังสือ เมื่อพ่ออ่านหนังสือเป็นถึงขั้นบ้าอ่าน พ่ออ่านหนังสือทุกประเภท อ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน พ่อมีคำพูดที่น่าประทับใจให้ดิฉันฟังแล้วจำมาใช้เสมอๆ

พ่อเริ่มจากเช่ารถแท็กซี่ขับ จนขยับมาเป็นเจ้าของอู่ มีรถให้เช่าหลายร้อยคันและขยับขยายมาทำปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส แต่กว่าจะถึงวันที่พ่อเปลี่ยนจากจับกังมาเป็นเถ้าแก่ พ่อใช้เวลานานเป็นสิบๆ ปี

สิ่งที่พ่อให้ความสำคัญมากคือการศึกษาของลูก พ่อส่งเสริมให้ลูกเรียนให้มากๆ และจะลงโทษอย่างหนักถ้ารู้ว่าลูกเกเรไม่เรียนหนังสือ พ่อบอกว่าพ่อไม่มีโอกาสได้เรียน แต่ลูกของพ่อมีโอกาสเรียนทำไมถึงไม่ขยันเรียน จะได้มีอาชีพ มีชีวิตที่ดีกว่าพ่อกับแม่

เมื่อดิฉันเป็นนักข่าวเคยคุยกับพ่อเรื่องเล่นหุ้น พ่อบอกว่าพ่อไม่เล่น ไม่รู้เรื่องเดี๋ยวหมดตัว ต้องไปโดดตึกเหมือนคนฮ่องกง ดิฉันก็หัวเราะ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านความเชื่ออะไรของท่าน

พ่อบอกว่าคนสมัยนี้รวยง่าย ชอบรวยทางลัด ไม่อยากทำงานแต่อยากมีเงิน ดิฉันมักจะมาเล่าถึงเสี่ยต่างๆ ที่รวยจากการเล่นหุ้นให้พ่อฟัง พ่อก็ตั้งใจฟังแต่ก็ไม่สนใจจะลงทุนในหุ้นอยู่ดี

ด้วยความที่พ่ออ่านหนังสือพิมพ์ทุกวันและสนใจข่าวสารบ้านเมือง หากมีอาชีพอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นและพ่อไม่เข้าใจ พ่อจะถามดิฉันว่ามันคืออะไร หากอาชีพที่ทำแล้วยั่งยืน มีความเสี่ยงต่ำ พ่อก็บอกว่าน่าทำ เช่น การทำหอพักให้เช่า การซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือสลากออมสิน ดิฉันก็บอกว่าทำหลายอย่างพร้อมกันก็ได้ มันคือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน อย่างที่นักวางแผนการเงินเขาแนะนำนั่นแหละ

คนในเจเนอเรชั่นหลังๆ นี้คงจะไม่เข้าใจคนยุคก่อน หรือแม้กระทั่งเจ้าสัวหลายคนที่สร้างอาณาจักรการค้าจนยิ่งใหญ่ ก็เริ่มต้นมาจากธุรกิจเล็กๆ และค่อยๆ ขยายอย่างระมัดระวัง ทำให้รวยอย่างยั่งยืน ไม่รวยง่ายล้มง่ายเหมือนนักลงทุนในเจเนอเรชั่นนี้

การจะลงทุนหรือค้าขายอะไรก็ตาม หากติดตลาดขายดีโด่งดังขึ้นมา ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย แต่เจ้าของกิจการมีความรู้แจ้งเห็นจริงในธุรกิจของตัวเอง มีความสนใจ ความรักที่จะค้นคว้าหาความรู้ให้กิจการของเราดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้น

ดังนั้น เมื่อริจะเป็นนักลงทุน การแสวงหาปัญญาและความรู้เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อดิฉันเห็นคนไปนั่งฟังสัมมนาดิฉันจะนึกเสมอว่าคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ต้องการสร้างโอกาสให้ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน

งานโพสต์ทูเดย์ เอ็กซ์โป เป็นงานประจำปีที่จัดเพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างโอกาสแก่นักลงทุน รู้สึกดีที่เห็นคนมาเดิน มาฟังสัมมนา ดิฉันยังจำคำของพ่อได้เสมอว่า คนจะรวยได้ต้องใฝ่รู้ แสวงหาโอกาส และมีความขยันหมั่นเพียร หาให้ได้มากกว่าใช้ออกไป

คำที่พ่อบอกนั้น ดิฉันว่าเป็นคาถาสำหรับทำธุรกิจที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท