posttoday
ภารกิจคืนความสุข

ภารกิจคืนความสุข

04 สิงหาคม 2557

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ประกาศใช้เมื่อ 22 ก.ค. 2557 นับเป็นฉบับที่ 19 ของประเทศไทย ในระยะเวลา 82 ปี นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 เราใช้รัฐธรรมนูญหรือธรรมนูญการปกครองเฉลี่ย ฉบับละ 4 ปีกว่าๆ

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ประกาศใช้เมื่อ 22 ก.ค. 2557 นับเป็นฉบับที่ 19 ของประเทศไทย ในระยะเวลา 82 ปี นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 เราใช้รัฐธรรมนูญหรือธรรมนูญการปกครองเฉลี่ย ฉบับละ 4 ปีกว่าๆ

รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้เกิดขึ้นจากความจำเป็น อันเนื่องมาจากบ้านเมืองเกิดวิกฤต ประชาชนทั่วประเทศเกิดความแตกแยกทางความคิด มีการใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธสงครามเข้าทำร้ายกัน จนทหารเองทนเห็นบ้านเมืองลุกเป็นไฟไม่ได้ จึงเข้ายึดอำนาจการปกครอง เพื่อสร้างกติกาของบ้านเมืองใหม่ ปฏิรูปประเทศให้เกิดความสงบให้ได้ โดยมี แบบอย่างการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 เป็น บทเรียนให้ต้องทำให้สำเร็จ อย่าให้เสียของที่เสี่ยงชีวิต ใช้กำลังเข้าเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ประชาชนส่วนใหญ่ในวันนี้ ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้เวลา คสช. ในการฟื้นฟูประเทศ ขอให้มีการปฏิรูปประเทศให้มีความมั่นคงในทางการเมือง ไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ขอเพียงให้ทำจริง สามารถแก้ปัญหาไม่ให้กลับสู่วังวนเดิมๆ หากเร่งรีบแล้ว แก้ปัญหาไม่ได้ มิสู้ใช้เวลานานหน่อยแล้วแก้ปัญหาได้ ย่อมจะเป็นประโยชน์มากกว่า

คสช.ได้ทำให้คนไทยมีความสุขได้เพียงชั่วข้ามคืน คือ การป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงจากกลุ่มคนติดอาวุธ ข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมเมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ก่อน ยึดอำนาจที่มีความวุ่นวายมีระเบิดเป็นรายวัน แต่ภายหลังการยึดอำนาจ เหตุการณ์สงบ เรียบร้อย ประชาชนรับรู้ได้ถึงความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน คสช.ยึดอาวุธร้ายแรงได้เป็นจำนวนมาก

รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นภารกิจในการปฏิรูปประเทศ เราจะเห็นได้จากคำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่อธิบายถึงความจำเป็นในการยึดอำนาจ และแนวทาง ในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปในทิศทางใด

ที่มาของการยึดอำนาจตามคำปรารภ “...ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน จนลุกลามไปสู่แทบทุกภูมิภาคของประเทศ ประชาชนแตกแยกเป็นฝ่ายต่างๆ ขาดความสามัคคีและมีทัศนคติไม่เป็นมิตรต่อกัน บางครั้งเกิดความรุนแรง ใช้กําลังและอาวุธสงครามเข้าทําร้ายประหัตประหารกัน สวัสดิภาพและการดํารงชีวิตของประชาชนไม่เป็นปกติสุข...”

“...ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นคู่กรณี เช่น องค์กรธุรกิจภาคเอกชน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง กองทัพ และวุฒิสภา ได้พยายามประสานให้มีการเจรจาปรองดองกัน แต่ก็ไม่เป็นผลสําเร็จ กลับจะเกิดข้อขัดแย้งใหม่ในทางกฎหมายและการเมือง เป็นวังวนแห่งปัญหาไม่รู้จักจบสิ้น ในขณะที่ความขัดแย้งได้ขยายตัวกว้างขวางออกไปและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นจลาจลได้ทุกขณะ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความสะดวกสบายของประชาชนผู้สุจริตกระทบต่อการทํามาหากินและภาวะหนี้สินของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา...”

ภารกิจที่ คสช.จะต้องทำต่อไปภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ “...ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย ความรู้รักสามัคคี และความเป็นธรรม แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง จัดให้มีกฎหมายที่จําเป็นเร่งด่วน จัดตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติและองค์กรต่างๆ เพื่อให้มีการปฏิรูปในด้านการเมืองและด้านอื่นๆ และให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ที่วางกติกาการเมืองให้รัดกุม เหมาะสม ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สามารถตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว และเป็นธรรม ก่อนจะส่งมอบภารกิจเหล่านี้แก่ผู้แทนปวงชนชาวไทยและคณะรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในระยะต่อไป...” และ “...ปฏิรูปกฎเกณฑ์บางเรื่องที่เคยเป็นชนวนความขัดแย้ง ไม่ชัดเจน ไร้ทางออกในยามวิกฤต ขาดประสิทธิภาพ หรือไม่เป็นธรรมให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของชนในชาติ ซึ่งควรใช้เวลา ไม่ยาวนาน หากเทียบกับเวลาที่จะต้อง สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าปล่อยให้สถานการณ์ผันแปรไปตามยถากรรม...”

การยึดอำนาจ (ภายหลังยุคจอมพลถนอม) อาจมีเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่จะมีสาระสำคัญ ที่เหมือนกันหมดคือ ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้ง เป็นการเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยภารกิจครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 27 บัญญัติให้สภาปฏิรูปปฏิบัติหน้าที่ “เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม มีกลไก ป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มีประสิทธิภาพ ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทําให้กลไกของรัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม”

สำหรับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยกร่างตามใจชอบไม่ได้ รัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดเนื้อหาที่คณะกรรมาธิการจะต้องยกร่างไว้ในมาตรา 35 โดยให้สร้างกลไกสำคัญๆ ดังนี้

(3) ป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการให้ความสำคัญกับปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นที่ต้องเอาจริง

(4) ป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้อง คําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทําการอันทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด เป็นการสกัดนักการเมืองที่เคยทุจริตคอร์รัปชั่น และโกงการเลือกตั้ง ให้หลุดพ้นวงจรทางการเมือง

(5) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมืองสามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดําเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงําหรือชี้นําโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อนี้น่าจะให้ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค

(6) สร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนและทุกระดับ

(7) ป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่ มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว เป็นการควบคุมนโยบายประชานิยมที่พรรคการเมืองชอบนำมาใช้หาเสียง

เห็นภารกิจอย่างนี้แล้ว ใครที่คิดจะวิ่งเต้นมาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปหรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คงต้องคิดให้ดีๆ เพราะงานนี้ต้องใช้ยอดฝีมือจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท