
อย่าตกใจ
ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติร่วงลงไปกว่า 300 จุด ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาภายในวันเดียวครับ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เราๆ ไม่ได้เห็นกันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2008 โดยปัจจัยหลักๆ ก็เป็นผลมาจากการผิดชำระหนี้ของอาร์เจนตินาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเจ้าหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกกองทุนบริหารความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ในสหรัฐครับ
ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติร่วงลงไปกว่า 300 จุด ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาภายในวันเดียวครับ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เราๆ ไม่ได้เห็นกันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2008 โดยปัจจัยหลักๆ ก็เป็นผลมาจากการผิดชำระหนี้ของอาร์เจนตินาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเจ้าหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกกองทุนบริหารความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ในสหรัฐครับ
การผิดชำระหนี้ครั้งดังกล่าวของอาร์เจนตินาทำให้บรรดานักลงทุนในสหรัฐเริ่มวิตกกังวลกันอย่างหนัก โดยเห็นได้จากดัชนีความกลัว ที่จัดขึ้นโดยเว็บไซต์ มันนี่ ซีเอ็นเอ็นนั้นเห็นได้ชัดว่านักลงทุนกำลังหวาดกลัวอย่างมาก
แต่กระนั้น หากพิจารณากันจริงๆ จะเห็นว่ากรณีของอาร์เจนตินานั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐในระยะสั้นเท่านั้นเอง
เพราะอะไร? หากมองกันย้อนหลังจะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้นตลาดหุ้นสหรัฐมักจะตื่นตกใจกับอะไรในระยะสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเชื่อมั่นกับเศรษฐกิจภายในของประเทศมากขึ้นเท่านั้นเอง
พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้โลกแย่ขนาดไหน แต่ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐดี แข็งแกร่ง ตลาดหุ้นก็ไม่กลัวครับ
เห็นได้จากในหลายๆ ช่วงที่ผ่านมานั้น สถานการณ์โลกค่อนข้างที่จะวุ่นวายอย่างยิ่งจากวิกฤตในหลายๆ จุดทั่วโลก
ไม่ว่าจะเป็นการรุกคืบของกลุ่มมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงที่กำลังยึดพื้นที่ต่างๆ ในอิรัก ตามมาด้วยวิกฤตในยูเครนที่ทำให้รัสเซียและมหาอำนาจตะวันตกต้องมาปะทะกันอย่างหนัก และเกิดการประกาศคว่ำบาตรตอบโต้กันมานักต่อนัก
รวมไปถึงวิกฤตระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอลที่การสู้รบยังไม่สิ้นสุด แต่กลับจะรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่เห็นได้ว่าสถานการณ์เหล่านี้นั้นไม่ได้ทำให้หุ้นสหรัฐฟุบลงในระยะยาว มีเพียงแต่อยู่ในภาวะตื่นตกใจในระยะสั้นเท่านั้นเอง
สำหรับกรณีของอาร์เจนตินานั้น แม้ว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนในสหรัฐ คือ พวกเฮดจ์ฟันด์ แต่ทว่ามูลค่าการเป็นหนี้เสียนั้นก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไร เพียงแค่ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของระบบการเงินในสหรัฐเท่านั้น
แต่ประเด็นที่น่าจับตามากที่สุด ก็คือ ความเคลื่อนไหวในบ้านของสหรัฐเองต่างหากโดยเฉพาะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ที่ยังไม่แน่ไม่นอนว่าจะมาถึงเมื่อไหร่
สรุปแล้ว ปัญหาในอาร์เจนตินาน่าจะส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐในระยะสั้นเท่านั้น ส่วนระยะยาวก็ต้องรอดูท่าทีจากธนาคารกลางสหรัฐเท่านั้นครับ







