
ASEAN CIS กับอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับกองทุนรวม ซึ่งนับเป็นช่องทางในการบริหารสินทรัพย์ของผู้ลงทุนรูปแบบหนึ่งและเป็นกลไกที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาตลาดทุน โดยเราจะกล่าวถึงกองทุนรวมในระดับอินเตอร์ คือ กองทุนรวมในอาเซียน
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับกองทุนรวม ซึ่งนับเป็นช่องทางในการบริหารสินทรัพย์ของผู้ลงทุนรูปแบบหนึ่งและเป็นกลไกที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาตลาดทุน โดยเราจะกล่าวถึงกองทุนรวมในระดับอินเตอร์ คือ กองทุนรวมในอาเซียน
เป็นที่รู้กันมาพักใหญ่แล้วว่า พวกเรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ (AEC) ซึ่งจะมีผลทำให้เม็ดเงินลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้อย่างเสรีมากขึ้นระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน
ดังนั้น ตลาดทุนที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันของแต่ละประเทศสมาชิกจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขยายตัวของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในประเทศ และยังช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากประเทศนอกกลุ่มเออีซีให้เข้ามาลงทุนมากขึ้นด้วย อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพตลาดทุนอาเซียนให้เทียบเท่าสากล
กลุ่มหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในอาเซียน (ASEAN Capital Markets Forum : ACMF) จึงได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการทำการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมข้ามประเทศกัน ภายใต้โครงการจัดการลงทุนต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน (ASEAN Collective Investment Scheme : ASEAN CIS) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียน นำร่องโดยไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็น 3 ประเทศแรกที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจในการกำหนดแนวทางการยอมรับมาตรฐานหน่วยลงทุนซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดให้มีการเสนอขายกองทุนรวมข้ามประเทศในอาเซียน
โดยสำหรับการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้ ASEAN CIS สำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่นั้น ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2555 และคาดว่าสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยจะสามารถเสนอขายได้ภายในปี 2557
เงื่อนไขสำคัญสำหรับ ASEAN CIS ที่จะเสนอขายนั้น ต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับกองทุนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนสามารถขออนุญาตจัดตั้งได้ในประเทศผู้ออก และต้องทำการขายผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเรียกว่าเป็นตัวแทนขายหน่วย ASEAN CIS โดยคุณสมบัติของบริษัทจัดการและผู้ดูแลผลประโยชน์ การดำเนินงานกองทุน และข้อกำหนดในการลงทุนของ ASEAN CIS ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานกลาง (Standards of Qualifying CIS) ของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในระยะแรกนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศสมาชิก และมีแผนที่จะขยายต่อไป
ประโยชน์ที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมจะได้รับจาก ASEAN CIS ดังกล่าว คือ จะทำให้มีการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างตลาดกองทุนรวมเพิ่มขึ้น และเป็นการสร้างการแข่งขันในตลาดกองทุนรวมมากขึ้น โดยสิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเราในฐานะผู้ลงทุนก็คือ การเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น เราจะมีกองทุนมาให้เลือกเป็นจำนวนมากจากต่างประเทศ ทำให้เพิ่มความหลากหลายในการลงทุน เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเป็นกลุ่มหลักทรัพย์
ในอีกด้านหนึ่งการเปิดเสรีกองทุนในอาเซียนก็ได้สร้างความท้าทายให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้งหลายเช่นกัน ทั้งศึกนอกและศึกใน สำหรับศึกนอกบ้านเราก็ต้องหาทางไปบุกตลาดบ้านเขา จะเอากองทุนดีกองทุนเด่นของเราแบบไหนไปสู้ดี ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายใหม่ที่บริษัทจัดการลงทุนต้องคิด แต่สำหรับศึกในบ้านนั้น เราคงไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาครองตลาด เสียหน้าเจ้าบ้านหมด บริษัทบริหารจัดการกองทุนต่างๆ จึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนรวมให้ตรงกับความต้องการของตลาดอาเซียน และให้กองทุนรวมของเรามีมาตรฐานในระดับนานาชาติเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนอาเซียน
นอกจากนี้ ก็จะต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกองทุนรวมให้รู้เขา รู้เรา และรู้ใจนักลงทุนในระดับภูมิภาคด้วย ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะป้องกันแชมป์ รักษาส่วนแบ่งตลาดในเวทีนี้ โดยเฉพาะจากนักลงทุนไทยของเราไว้ให้ได้ ไม่ให้ปันใจให้ต่างชาติหมด
ทั้งนี้ เราต้องคำนึงถึงเกณฑ์ที่นักลงทุนจะพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุน โดยเราไม่อาจวางใจว่ากองทุนรวมไทยสามารถเอาชนะได้ จากค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทุนที่ต่ำกว่ากองทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะค่าธรรมเนียมที่ต่ำอาจไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ก็ได้ นักลงทุนอาจยินดีที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ หากได้รับผลตอบแทนที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศสมาชิกในกลุ่มเออีซีที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก การเปิดเสรีทางการเงินและการเคลื่อนย้ายทุนระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนรวมนั้น ยังคงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมกองทุนรวมให้มีความพร้อมต่อไป โดยผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมกองทุนรวมคงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้ เพื่อให้กองทุนสัญชาติไทยของเราผงาดในเวทีเออีซี อย่าลืมว่าชาติไทยของเราต้องไม่แพ้ชาติใดในโลก







