
แฉธุรกิจอุ้มบุญคู่รักออสซี่
ใช้น้ำเชื้อหนุ่มชาวออสเตรเลียผสมไข่สาวจีนยอดบริจาคช่วยเด็กดาวน์ซินโดรมเกือบ4ล.
ใช้น้ำเชื้อหนุ่มชาวออสเตรเลียผสมไข่สาวจีนยอดบริจาคช่วยเด็กดาวน์ซินโดรมเกือบ4ล.
อดีตสาวรับจ้างตั้งท้องแฉ “ธุรกิจอุ้มบุญ” ใช้นำเชื้อหนุ่มออสซี่ผสมไข่สาวจีน เตือนรับจ้างตั้งท้องคิดให้ดี
น.ส.ภัทรมล จันทร์บัว อดีตสาวรับจ้างตั้งท้อง ออกมาเปิดโปงขบวนการ “ธุรกิจอุ้มบุญ” โดยใช้น้ำเชื้อจากชายชาวออสเตรเลียผสมกับไข่ของสาวจีนเมื่อเป็นตัวอ่อนแล้วจึงนำมาฝังในมดลูกของเธอจนตั้งท้องเป็นแฝดชายหญิง แต่ต่อมาแพทย์แนะนำให้เอาเด็กออก โดยไม่บอกว่า ทารกเพศชายเป็นดาวน์ซินโดรม แต่เธอไม่ยอมทำเธอเลือกเอาเด็กไว้จนคลอด สุดท้ายสามีภรรยาชาวออสเตรเลียได้นำทารกเพศหญิงไป โดยทิ้งทารกเพศชายที่ป่วยไว้ จนเป็นภาระเลี้ยงดูและรักษาอาการป่วย
น.ส.ภัทรมล เปิดเผยว่า ก่อนจะมารับอุ้มนั้นได้เล่นเฟซบุ๊กจนพบโฆษณาว่ามีงานให้ทำและมีรายได้ดี ซึ่งทางบ้านมีฐานะไม่ค่อยดี จึงสนใจ เพราะปัจจุบันก็มีบุตรแล้ว 2 คน ความที่อยากได้เงินมาช่วยเหลือครอบครัว จึงรับอุ้มบุญกับครอบครัวชาวออสเตรเลียซึ่งมีอายุมากแล้ว โดยผ่านเอเยนซีชื่อจอย พร้อมกับตกลงราคาค่าจ้างกันไว้ที่ 3 แสนบาท หากได้ลูกแฝดจะเพิ่มให้เป็น 3.5 แสนบาท หลังจากนั้นครอบครัวชาวออสเตรเลียก็รับมากรุงเทพฯ เพื่อมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ โดยดูแลเอาใจใส่มาตลอด
อย่างไรก็ตาม ช่วงตั้งครรภ์แฝดหญิงและชายเดือนที่ 4 นั้น ได้มีการเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบ ซึ่งครอบครัวชาวออสเตรเลียนั้นรับทราบ แต่ไม่ได้แจ้งให้เธอทราบว่าเด็กเป็นดาวน์ซินโดรม จนอายุครรภ์ถึง 7 เดือนกว่า ทางครอบครัวโทรศัพท์แจ้งให้เอาเด็กออก แต่เธอไม่ยอม จนเด็กคลอดออกมาที่โรงพยาบาลวชิรปราการ เนื่องจากเด็กที่คลอดออกมาตัวเล็กและตัวเหลืองจึงต้องอยู่ในตู้อบตลอดทั้งสองคน ทารกเพศหญิงอยู่ในตู้อบเพียงไม่ถึงเดือน จากนั้นครอบครัวได้นำทารกเพศหญิงดังกล่าวไปเลย ส่วนทารกเพศชายนั้นไม่ได้เอาไปด้วย
ขณะที่หลายหน่วยงานได้ยื่นมือช่วยเหลือหนูน้อยดาวน์ซินโดรมจำนวนมาก เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หรือ 3178 มูลนิธิของนางประทีป อึ้งทรงธรรม เรื่องของค่ารักษาพยาบาล เช่นเดียวกับชาวออสเตรเลียช่วยบริจาคผ่านมูลนิธิ แฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์ ประจำประเทศไทย ได้ประมาณ 3.8 ล้านบาทแล้ว โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับครอบครัวของหนูน้อยต่อไป







