posttoday
ศึกชิงประธาน สนช.จับตาแรงปลายสายทหาร

ศึกชิงประธาน สนช.จับตาแรงปลายสายทหาร

04 สิงหาคม 2557

ในสัปดาห์นี้การทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในสัปดาห์นี้การทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะสำนักงานเลขาธิการ สนช.ได้ออกกำหนดการของ สนช.อย่างเป็นทางการแล้ว

เริ่มที่วันที่ 7 ส.ค. มีรัฐพิธีเปิดประชุม สนช. ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในเวลา 15.00 น. ต่อด้วยวันที่ 8 ส.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นวันสำคัญในทางการเมืองวันหนึ่ง เพราะจะมีการเลือกประธาน สนช.และรองประธาน สนช.อีก 2 คน

การเลือกประธาน สนช.ครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากกว่าทุกครั้งในอดีต เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กำหนดให้ สนช.มีหน้าที่ต้องเลือกนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการตราร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกลไกสำคัญของการปฏิรูปประเทศในระยะยาว

สำหรับความเคลื่อนไหวของบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการรับเลือกให้เป็นประธาน สนช.คนใหม่นั้น ขณะนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 คน คือ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” อดีตรองประธานวุฒิสภา

“พรเพชร” ถือว่าเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าตำแหน่งนี้ไปครอง เพราะมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองอย่างมากมายทั้งก่อนและหลังการรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะผู้ตรวจการแผ่นดินในการทำคดีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งในวันดังกล่าวเป็นโมฆะในเวลาต่อมา

จากนั้น เมื่อการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้รับเชิญจาก คสช.ให้ไปช่วยทำหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะทำงานจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

การที่มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกับ คสช.ตรงนี้ของ พรเพชร ทำให้ คสช.และนายทหารระดับสูงจำนวนมากที่เข้ามาเป็น สนช.ในปัจจุบันได้เห็นผลงานและมองว่ามีความเหมาะสมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างถ่องแท้ ซึ่งจะเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้การทำงานของ สนช.ผ่านพ้นแรงกดดันไปได้

ขณะที่ “สุรชัย” เป็นบุคคลหนึ่งที่มีคุณสมบัติมากพอกับเก้าอี้ประธาน สนช. เนื่องจากมีโอกาสทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เมื่อปี 2549 ต่อด้วยการอยู่ในตำแหน่ง สว.สรรหา ระหว่างปี 25512557 รวมทั้งหมดเป็นเวลาเกือบ 10 ปี

นอกจากนี้ ในระหว่างทำหน้าที่ สว.ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และในปี 2557 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเลือกให้เป็นประธานวุฒิสภาคนที่ 19 แต่ไม่ได้มีโอกาสทำงานในตำแหน่งประมุขสภาสูง เพราะเกิดการรัฐประหารและให้วุฒิสภาสิ้นสุดลงไปเสียก่อน

ด้วยความที่อดีตว่าที่ประธานวุฒิสภารายนี้มีประสบการณ์ทำงานด้านนิติบัญญัติมาอย่างโชกโชน ประกอบกับรับหน้าที่เป็นตัวกลางแก้ไขวิกฤตทางการเมือง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้า คสช.ก็ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วจากการเชิญเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนร่วมกับฝ่ายอื่นๆ ในช่วงก่อนรัฐประหาร ส่งผลให้โอกาสของ สุรชัย ยังมีอยู่ไม่น้อย โดยกลุ่มอดีต สว.ที่ได้เข้ามาเป็น สนช.เวลานี้จึงพยายามประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อผลักดันให้ สุรชัย นั่งเก้าอี้ผู้นำสูงสุดของ สนช. แม้จะรู้ว่าคะแนนเสียงยังเป็นรองเต็งหนึ่งอยู่พอสมควรก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันชิงตำแหน่งประธาน สนช.อาจมีตัวแปรสอดแทรกขึ้นมาได้ หลังจากมีความพยายามจากสมาชิก สนช.บางส่วนต้องการให้ทหารเป็นประธาน สนช. อันเป็นสาเหตุของการเริ่มปรากฏชื่อ “พล.อ.ธีรเดช มีเพียร” อดีตประธานวุฒิสภา

สำหรับ พล.อ.ธีรเดช เป็นที่นับหน้าถือตาในกองทัพอย่างสูงในฐานะอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ภายหลังเกษียณได้รับเลือกให้เป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พอหมดวาระการทำหน้าที่ผู้ตรวจฯ ก็เข้าสภาในนาม สว.สรรหา และเป็นประธานวุฒิสภาในปี 2554 จากประวัติการทำงานทั้งหมด ไม่แปลกที่เสียงเชียร์ให้ พล.อ.ธีรเดช เป็นประธาน สนช.เริ่มดังขึ้น

ถึงกระนั้นมีความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ธีรเดช อาจถอนตัวก่อนวันลงมติ หากเห็นว่าในช่วงโค้งสุดท้ายตัวเองมีคะแนนตาม พรเพชร และ สุรชัย ค่อนข้างห่าง

ที่สุดแล้วต่อให้ สนช.สายทหารไปไม่ถึงตำแหน่งประธาน สนช.ก็จริง แต่อย่างน้อยจะอยู่ในตำแหน่งรองประธาน สนช.คนที่ 1 หรือคนที่ 2 โดยที่ สนช.เตรียมทหารรุ่น 6 ร่วมรุ่นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช.อาจได้รับโอกาสนี้

หรือถ้า สนช.สายทหารได้ขึ้นเป็นผู้นำหมายเลขหนึ่งของ สนช. แต่ทั้ง “พรเพชรสุรชัย” ก็จะได้รับความไว้วางใจจาก สนช.ให้ร่วมกันทำหน้าที่ประธาน สนช.คนที่ 1 และคนที่ 2 ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท