
ปาบึ้มบ้านนายแพทย์สสจ.พัทลุง
พัทลุง-คนร้ายปาระเบิดบ้านนายแพทย์ สสจ.พัทลุงปมขัดแย้งในองค์กร
พัทลุง-คนร้ายปาระเบิดบ้านนายแพทย์ สสจ.พัทลุงปมขัดแย้งในองค์กร
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.เวลา 13.00 น. ร.ต.ท.สมหมาย รักษ์ชูชื่น พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.พัทลุง ได้รับแจ้งจากว่ามีเหตุพบระเบิดตกอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านพัก 2 ชั้น เป็นบ้านพักนพ.สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง อยู่บ้านเลขที่ 35 ถนนคณาศัย ชุมชนบ้านวังเนียง ต.คูหาสวรรค์ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ติดกับบ้านพักนายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง รวมทั้งบ้านพักนายตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง จุดดังกล่าวอยู่ห่างจาก สภ.เมืองพัทลุง ประมาณ 500 เมตร จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้นพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดไปยังที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบระเบิดขว้างแบบ เอ็ม 67 ที่ถูกขว้างมาจากหน้าประตูบ้านตกอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านพักของ นพ.สาธิต กระเดื่องถูกถอดไปแล้วแต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบทำลายวัตถุระเบิด กก.ภ.จว.พัทลุง จึงได้นำรถยนต์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุออกไปข้างนอก และประสานไปยังเทศบาลเมืองพัทลุงเข้ามาทำการขุดหลุมบริเวณมุมบ้านพักหลังดังกล่าว เพื่อเป็นชุดทำลาย พร้อมทั้งให้บ้านพักข้าราชการที่อยู่ใกล้กันเปิดหน้าต่างเพื่อป้องกันมิให้กระจกแตกหรือร้าวจากแรงระเบิด หลังจากนาทีระทึกการเก็บกู้ระเบิดผ่านไปประมาณ 30 นาที สามารถทำลายระเบิดสำเร็จ
จากการสอบสวนในขั้นต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมบัติ พุ่มพัว ตำแหน่งนักวิชาการชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง (สสจ.พัทลุง) ได้ขับรถส่วนตัวเพื่อมารับนพ.สาธิต นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เดินทางไปร่วมประชุมที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา เวลาประมาณ 13.00 น.วันที่ 3 ส.ค.เมื่อเปิดประตูรั้วบ้านเข้าไปก็พบระเบิดตกอยู่หน้าประตูบ้าน จึงแจ้งให้ นพ.สาธิต ทราบและแจ้งให้ตำรวจทราบ
ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ รมยานนท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า คนร้ายขว้างระเบิดสังหารถล่มบ้านพักหมายสังหารนายแพทย์ สสจ.พัทลุง และครอบครัวในครั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะมาจากความขัดแย้งภายในของ สสจ.พัทลุง เพราะก่อนหน้านี้ทางคณะรักษาความสงบ(คสช.)ได้อนุมัติตำแหน่งเพื่อบรรจุแต่งตั้งบรรดาลูกจ้างในสังกัด สสจ.พัทลุง เป็นพนักงานของรัฐหลายตำแหน่ง เช่น พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน เภสัชกร และ เจ้าหน้าที่ทันตสาธาณสุข ฯลฯ ซึ่งจะบรรจุแต่งตั้งบรรดาลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปี พ.ศ.2552 – 2553 ให้หมดเสียก่อน หลังจากนั้นจะได้บรรจุลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2555 ต่อไปอาจสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่บางรายก็เป็นไปได้







