posttoday
ยานโรเชตตาใกล้ถึงจุดหมาย

ยานโรเชตตาใกล้ถึงจุดหมาย

03 สิงหาคม 2557

โรเซตตาเป็นยานอวกาศของอีซา หรือองค์การอวกาศยุโรป ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศมาตั้งแต่ต้นปี 2547

โรเซตตาเป็นยานอวกาศของอีซา หรือองค์การอวกาศยุโรป ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศมาตั้งแต่ต้นปี 2547 จึงอยู่ในอวกาศมานานกว่า 10 ปีแล้ว ยานลำนี้มีภารกิจในการสำรวจดาวหางดวงหนึ่ง โดยมีกำหนดจะเข้าสู่วงโคจรรอบดาวหางเป้าหมายในสัปดาห์นี้

โรเซตตา (Rosetta) เป็นยานอวกาศที่ตั้งชื่อตามศิลาจารึก ซึ่งช่วยให้นักโบราณคดีสามารถแปลความหมายของอักษรภาพและเปิดเผยเรื่องราวของอารยธรรมอียิปต์โบราณ เสมือนกับดาวหางที่กล่าวได้ว่าเป็นซากวัตถุที่หลงเหลือมาตั้งแต่ยุคที่ระบบสุริยะเริ่มก่อตัว หากเข้าใจดาวหางก็จะสามารถเข้าใจกำเนิดของระบบสุริยะ

ยานโรเซตตามีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสูง 2.8 เมตร มีอุปกรณ์ตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์จากหลายชาติในยุโรป รวมทั้งสหรัฐขนาบข้างด้วยแผงเซลล์สุริยะยาวด้านละ 14 เมตร ศูนย์ปฏิบัติการภารกิจตั้งอยู่ที่เมืองดาร์มสตัดท์ เยอรมนี

โรเซตตามียานลูกขนาดราวหนึ่งเมตร ตั้งชื่อว่าฟีเล (Philae) ตามชื่อเกาะขนาดเล็กเกาะหนึ่งในแม่น้ำไนล์ อันเป็นที่ตั้งของวิหารโบราณ จารึกบนเสาหินที่เกาะแห่งนี้ ร่วมกับศิลาโรเซตตาช่วยให้นักโบราณคดีสามารถแปลความหมายของอักษรภาพของอียิปต์โบราณได้ เมื่อหาจุดลงจอดที่เหมาะสมแล้ว ยานฟีเลจะแยกตัวออกจากยานแม่ แล้วเดินทางไปลงจอดบนพื้นผิวดาวหาง

ยานโรเชตตาใกล้ถึงจุดหมาย

 

ดาวหางเป้าหมายของยานโรเซตตามีชื่อว่าชูรูย์มอฟเกราซีเมนโค หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ 67 พี/ชูรูย์มอฟเกราซีเมนโค (67P/ChuryumovGerasimenko) ตัวอักษร P หมายถึงดาวหางดวงนี้เป็นดาวหางรายคาบ มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์น้อยกว่า 200 ปี เลข 67 เป็นลำดับของดาวหางในบัญชีดาวหางรายคาบ (ปัจจุบันมีดาวหางรายคาบที่พบแล้วมากกว่า 300 ดวง) ส่วนชูรูย์มอฟเกราซีเมนโค เป็นชื่อของนักดาราศาสตร์สองคนในยูเครนและรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเมื่อปี 2512

การค้นพบดาวหางดวงนี้เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญ ชูรูย์มอฟสังเกตเห็นดาวหางดวงหนึ่งในภาพที่ถ่ายโดยเกราซีเมนโค ขณะเดินทางไปเยือนหอดูดาวในรัสเซีย เกราซีเมนโคตั้งใจจะถ่ายภาพดาวหาง 32 พี/โกมาสโซลา (32P/Comas Sola) แต่หลังจากวัดตำแหน่งดาวหางในภาพถ่ายแล้ว ชูรูย์มอฟพบว่านั่นไม่ใช่ดาวหางดวงที่ต้องการจะถ่ายภาพ แต่เป็นดาวหางที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน จึงตั้งชื่อตามผู้ถ่ายภาพและผู้ค้นพบ

เนื่องด้วยชื่อนี้เป็นชื่อที่ยาวและอ่านยาก จึงเรียกชื่ออย่างย่อว่าดาวหาง 67 พี หรือดาวหางซีจี (CG) วงโคจรของดาวหางเป็นรูปวงรี จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ห่าง 1.24 เอยู (1 เอยู หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์ คือระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์) จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ห่าง 5.68 เอยู จึงมีช่วงหนึ่งที่ดาวหางเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวอังคาร และอีกช่วงหนึ่งอยู่ไกลดวงอาทิตย์มากกว่าดาวพฤหัสบดี

ปัจจุบันดาวหางชูรูย์มอฟเกราซีเมนโคผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดทุกๆ ประมาณ 6 ปีครึ่ง โดยวงโคจรและคาบการโคจรของดาวหางมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากแรงโน้มถ่วงรบกวนจากดาวเคราะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากดาวพฤหัสบดี การคำนวณย้อนไปในอดีตพบว่าดาวหางดวงนี้เคยโคจรอยู่บริเวณระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี

ยานโรเชตตาใกล้ถึงจุดหมาย

 

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ดาวหางมีคาบ 9.3 ปี แต่หลังจากเฉียดใกล้ดาวพฤหัสบดีในเดือน ก.พ. 2502 คาบก็ลดลงเหลือ 6.5 ปี และโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ทำให้ส่วนหนึ่งของวงโคจรเข้ามาอยู่ภายในวงโคจรของดาวอังคาร ดาวหางชูรูย์มอฟเกราซีเมนโคเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2552 และจะผ่านจุดเดียวกันในกลางเดือน ส.ค. 2558 มีความสว่างน้อยไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

หลังขึ้นสู่อวกาศเมื่อต้นปี 2547 ยานโรเซตตาก็โคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยผ่านใกล้โลก 3 ครั้ง และผ่านใกล้ดาวอังคาร 1 ครั้ง อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกและดาวอังคารช่วยเหวี่ยงยานไปหาดาวหางเป้าหมายระหว่างนั้นยานได้ผ่านใกล้ดาวเคราะห์น้อย 2 ดวง ในปี 2551 และ 2553

ยานเข้าสู่ภาวะจำศีลเมื่อเดือน ก.ค. 2554 และตื่นขึ้นเมื่อเดือน ม.ค. 2557 จากนั้นช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยานเข้าใกล้ดาวหางในระยะที่สามารถเห็นนิวเคลียร์เป็นดวงโตได้ สร้างความประหลาดใจให้กับนักดาราศาสตร์ เมื่อพบว่านิวเคลียร์ของดาวหางดูคล้ายวัตถุ 2 ชิ้น ที่เกาะติดกันยาวประมาณ 4 กิโลเมตร

ยานโรเซตตามีกำหนดเข้าสู่วงโคจรรอบดาวหางชูรูย์มอฟเกราซีเมนโคในวันที่ 6 ส.ค. และจะเริ่มทำแผนที่พื้นผิวดาวหางเพื่อค้นหาจุดลงจอดที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับยานฟีเล คาดว่ายานลูกจะถูกส่งไปลงบนพื้นผิวดาวหางในเดือน พ.ย. 2557 หากลงจอดสำเร็จด้วยดีก็จะเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนยานแม่จะยังโคจรรอบดาวหางต่อไป มีกำหนดจบภารกิจในเดือน ธ.ค. 2558

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (310 ส.ค.)

เวลาหัวค่ำมีดาวอังคารกับดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์สว่างอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง ดาวอังคารกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ดาวเสาร์มากขึ้น จะใกล้กันที่สุดในปลายเดือน ส.ค. ดาวอังคารตกลับขอบฟ้าราว 5 ทุ่มเศษ ส่วนดาวเสาร์ตกราวเที่ยงคืน

ตี 4 ครึ่ง ดาวศุกร์เริ่มโผล่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก แต่จะเริ่มเห็นได้หลังจากนั้น เมื่อดาวศุกร์เคลื่อนสูงมากขึ้น และสังเกตได้จนกระทั่งแสงของท้องฟ้าสว่างกลบแสงของดาวศุกร์

สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้นมองเห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำของทุกวัน ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวอังคารในค่ำวันที่ 3 ส.ค. ที่ระยะ 2 องศา สว่างครึ่งดวงในวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งหัวค่ำของวันนั้นจะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ด้วยระยะห่างเพียง 1 องศา (เกาะทางด้านตะวันออกของอินโดนีเซียและออสเตรเลียเห็นดวงจันทร์บังดาวเสาร์) จากนั้นดวงจันทร์จะมีส่วนสว่างเพิ่มขึ้นจนเต็มดวงในต้นสัปดาห์หน้า

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 4 ส.ค. สถานีอวกาศนานาชาติจะโคจรผ่านเหนือประเทศไทย กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นสถานีอวกาศใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.37 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดที่มุมเงย 75 องศา ในเวลา 05.41 น. แล้วเคลื่อนต่ำจนหายลับไปใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.44 น.

เช้ามืดวันอังคารที่ 5 ส.ค. เริ่มเห็นสถานีอวกาศเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 04.49 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ถึงจุดสูงสุดในเวลา 04.52 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มุมเงย 40 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลงสิ้นสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 04.55 น.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท