posttoday
สังคมอุดมดราม่า

สังคมอุดมดราม่า

03 สิงหาคม 2557

ตั้งแต่จำความได้ การแสดงความเห็นกับผู้คนแวดล้อมที่เคยพบมา ดูจะเป็นเรื่องที่ไปกันได้ไม่ค่อยดีนัก

ตั้งแต่จำความได้ การแสดงความเห็นกับผู้คนแวดล้อมที่เคยพบมา ดูจะเป็นเรื่องที่ไปกันได้ไม่ค่อยดีนัก

สมัยเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียน ครูหลายคนมักมีคำถามบางคำถามที่ให้ใครก็ได้ลุกขึ้นมาตอบ แต่มีข้อแม้เพียงนิดเดียวว่า ใครคนนั้นต้องยกมือแสดงตัวก่อน ผลที่ได้คือหลังสิ้นเสียงคำถามของครู บรรยากาศในห้องเรียนจะเงียบกริบขึ้นมาทันที

ใครนั่งริมหน้าต่างก็มักเบือนหน้าไปชมนกชมไม้ข้างนอก ส่วนคนนั่งแถวหน้าใกล้ครู ก็เอาแต่จ้องกระดานดำราวกับเพ่งหาอะไรบางอย่าง บางคนก็ก้มลงไปอ่านหนังสือตรงหน้าในทันที อีกหลายคนก็เลือกวิธีมองหน้าเพื่อนข้างๆ หันซ้ายที หันขวาที

สุดท้ายครูก็ไม่ได้อาสาสมัครที่จะยกมือขึ้นมาตอบคำถามเหล่านั้น และท้ายสุดครูก็ต้องเป็นคนชี้มือไปที่ใครสักคนหนึ่งเพื่อเลือกให้ลุกขึ้นตอบ

ไม่ใช่เพราะตอบคำถามนั้นไม่ได้ หรือไม่มีความเห็นที่จะแสดง แต่ด้วยเหตุผลบางเหตุผลที่ทำให้นักเรียนทั้งห้องไม่ยกมือขึ้นเป็นผู้อาสาตอบคำถามของครู บางคนไม่กล้าแสดงออก บางคนรู้สึกกลัวต่อการยืนพูดต่อหน้าคนหมู่มาก ขณะที่บางคนไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกว่าตัวเองทำตัวเด่น

ครูฝรั่งบางคนบ่นให้ฟังว่า เด็กไทยกลัวการแสดงออกในชั้นเรียน ซึ่งแตกต่างจากเด็กฝรั่งค่อนข้างมาก เพราะในชั้นเรียนต่างชาตินั้น การแสดงความเห็นดูจะเป็นเรื่องปกติในทุกชั่วโมงการเรียนการสอน

ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน “ความเห็น” ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากในการ “แสดง” ระหว่างการประชุม

สังคมอุดมดราม่า

 

เมื่อใครบางคนถามหาความเห็นจากห้องประชุม บรรยากาศในห้องมักจะเหมือนกับบรรยากาศในห้องเรียนที่เคยผ่านมาในวัยเด็กไม่ผิดเพี้ยน นั่นคือความเงียบกริบจะปกคลุมภายในห้องทันทีเมื่อสิ้นคำถาม จนสุดท้ายก็จบลงตรงที่การถามความเห็นเป็นรายบุคคล

เช่นเดียวกับเมื่อวัยเด็ก ไม่ใช่ไม่มีความเห็น แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ใครหลายคนก็เลือกที่จะนั่งเงียบ หรือก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือแทนการยกมือแสดงความคิดเห็นภายในห้องประชุม

ทว่าสิ่งที่เคยพบเห็นในโลกแห่งความเป็นจริง ดูจะตรงกันข้ามกับโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง...

เว็บบอร์ดต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยสารพัดกระทู้ที่มีทั้งการตั้งคำถาม และการแสดงความเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และมีผู้คนจำนวนมากก็เข้ามาร่วมตอบคำถามและให้ความเห็นในกระทู้เหล่านั้นกันอย่างคึกคัก

ขณะที่การเกิดขึ้นของเว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็ดูเหมือนจะยิ่งทำให้การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของผู้คนยิ่งเบ่งบานและกระจายออกไปอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

แต่ละวันของโลกสังคมออนไลน์ มีความเห็นของผู้คนจำนวนมากถูกแสดงผ่านช่อง Status บนเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบไม่ต้องขออาสาสมัคร หรือเรียกหาความเห็นเป็นรายบุคคลเหมือนในโลกแห่งความเป็นจริง

ใครบางคนตั้งข้อสังเกตว่าหรือจะเป็นเพราะข้อความที่ระบุว่า “คุณกำลังคิดอะไรอยู่” ที่ถูกแสดงผ่านช่อง Status บนเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ทำให้ผู้คนกระหายที่จะโพสต์บางสิ่งบางอย่างขึ้นมา หรือแท้จริงแล้วโลกออนไลน์ให้ความรู้สึกว่าเป็นพื้นที่เสรีจนหลายคนคิดไปว่าจะทำอะไรก็ได้ จะโพสต์สิ่งใดก็ได้ตามใจปรารถนา

เครือข่ายสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน จึงดูเหมือนจะเป็น “สังคมอุดมความเห็น” อันสมบูรณ์แบบ ที่มีความเห็นของผู้คนต่างๆ ในสังคม ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก คนจากสารพัดอาชีพ จากทุกๆ พื้นที่ในโลก มาร่วมแสดงต่อสารพัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมของโลกแห่งความเป็นจริง

การแสดงความเห็นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์จึงกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้คน “กล้า” ที่จะแสดงความคิดออกมาแบบเต็มๆ และนับเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมแห่งความเป็นจริงของโลกยุคปัจจุบัน

หลายครั้งการรณรงค์แสดงความเห็น ส่งต่อบนสังคมออนไลน์ ช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหา หรือบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ถูกต้องในสังคมให้เข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น บางครั้งก็เป็นการจุดประกายให้เกิดการสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้คน

ทว่าอีกด้านความเห็นของผู้คนบางกลุ่มบนสังคมออนไลน์กลับเป็นการสร้าง “สังคมอุดมดราม่า” แทน “สังคมอุดมความเห็น”

ข้อความหลายข้อความกลายเป็นเรื่องของการท้าทาย ปลุกปั่นความขัดแย้ง ประจานด้วยความโกรธแค้นของผู้คนบางกลุ่มที่หวังจะให้เครือข่ายสังคมออนไลน์โหมกระพือสิ่งที่โพสต์ออกมาให้ได้กว้างไกลมากที่สุด

หลายคนเป็นนักแชร์และนักแสดงความเห็นที่ไม่สนใจข้อเท็จจริงของข้อมูล นักแชร์บางคนกดแชร์สิ่งที่ได้รับมาทันทีโดยไม่สนใจที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลเหล่านั้นว่าจริงหรือไม่ บางคนก็ร่วมใส่สีตีไข่ข้อมูลเพิ่มขึ้นก่อนที่จะแชร์ออกไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วข้อมูลบางอย่างไม่มีเรื่องจริงปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

ขณะที่นักแสดงความเห็นบางคนก็ดูถนัดเฉพาะการท่องไปตาม Status ของคนอื่นๆ เพื่อหวังจะโพสต์ความเห็นของตัวเองต่อท้ายในช่อง Status นั้น บางคนก็เลือกที่จะโชว์การเทศนาต่อเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมตลอดเวลา โดยไม่สนว่าข้อเท็จจริงตลอดจนเหตุและผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร ใครบางคนสนใจแค่เพียงการโชว์คำคมๆ ประโยคสวยๆ ที่ช่วยเรียกยอดไลค์ให้เกิดขึ้นบนหน้าจอเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเองเท่านั้น

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าการเบ่งบานของความเห็นบนโลกสังคมออนไลน์นั้น นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีพลังเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งความจริง ความเห็นสารพัดที่ผู้คนร่วมแสดงออกมา จึงเป็นพลังแห่งความคิดที่มีส่วนสำคัญในการช่วยปรับปรุงสังคมให้ดีขึ้น พื้นที่บนโลกออนไลน์จึงไม่ใช่พื้นที่เสรีที่ใครจะทำอะไรก็ได้โดยปราศจากความรับผิดชอบอีกต่อไป

ก่อนที่จะกดปุ่มส่งความเห็นหรือแชร์บางสิ่งขึ้นไปบนโลกออนไลน์ เราอาจต้องหยุดคิดสักนิดว่า สิ่งที่กำลังจะส่งไปนั้นก่อให้เกิด “สังคมอุดมความเห็น” หรือ “สังคมอุดมดราม่า” กันแน่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท