posttoday
ผลงานคือคำตอบ

ผลงานคือคำตอบ

02 สิงหาคม 2557

ไม่เหนือความคาดหมายสำหรับสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุค คสช. ที่มีทหารในและนอกราชการ

ไม่เหนือความคาดหมายสำหรับสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุค คสช. ที่มีทหารในและนอกราชการตบเท้าพึ่บพั่บมากกว่าครึ่งถึง 105 คน ยังไม่นับตำรวจอีก 11 คน จากจำนวน สนช.ที่แต่งตั้งมาทั้งหมดจำนวน 200 คน ไม่เท่านั้น หากตรวจสอบลงลึกพบทหารบกเข้ามามากถึง 68 คน ทหารเรือ 19 คน ทหารอากาศ 19 คน โดยเฉพาะเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ร่วมรุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ก็ได้รับแต่งตั้งเข้ามาไม่น้อย

เสียงวิจารณ์มากมายว่า สนช.เป็น “สภานายพล” หรือ “สภาสี่เหล่าทัพ” เพราะอุดมไปด้วยขุนทหาร ขาดความหลากหลายจากผู้แทนสาขาวิชาชีพ ที่สำคัญขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่หัวหน้า คสช.เพิ่งรับพระราชทานมา ระบุในมาตรา 7 ว่า “การถวายคำแนะนำเพื่อทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความหลากหลายของบุคคลจากกลุ่มต่างๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ”

แม้ว่าการแต่งตั้ง สนช.ครั้งนี้จะมีตัวแทนจากภาควิชาชีพต่างๆ เช่น ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคสังคม แต่ก็มาในจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับ สนช.เมื่อปี 2549 ในยุค พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่มีทหารในและนอกราชการรวม 42 คน จาก 242 คน ทำให้น่าห่วงว่า สนช.ชุดนี้จะมีองค์ความรู้แค่ไหน เพราะหน้าที่หลักต้องมาออกกฎหมายปฏิรูปด้านต่างๆ ผ่าตัดโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม ราชการ การศึกษา กระบวนการยุติธรรม การทุจริต จากกระแสการปฏิรูปที่เกิดขึ้น ซึ่ง คสช.รับปากที่จะผลักดันให้สำเร็จ โดยเตรียมการรวบรวมร่างกฎหมายสำคัญไว้แล้ว ด้วยภารกิจที่ทุกฝ่ายคาดหวังนี้ จึงจำเป็นที่ สนช.ต้องใช้ประสบการณ์ ความรู้ มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายอย่างถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม เข้าใจได้ระดับหนึ่งว่า การเลือกบิ๊กทหารพรรคพวกเข้ามาเป็น สนช.เกินกึ่งหนึ่งนั้น เพื่อให้ คสช.คุมทิศทาง สนช.ได้สะดวกและมีเอกภาพในการทำงาน บนหลักการที่ว่า การปฏิวัติครั้งนี้ต้องไม่เสียของ อีกทั้ง สนช.ไม่ได้ทำงานตามลำพัง ต้องเดินคู่ไปกับรัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นองค์กรจากภาควิชาชีพเพื่อเสนอวาระและร่างกฎหมายที่จะทำการปฏิรูปให้ สนช.ทำคลอดบังคับใช้ต่อไป ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ต้องการให้ สนช.มีเอกภาพ ตอบสนองภารกิจหลัก คืองานปฏิรูปให้เป็นผลสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อแก้กฎหมายที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

ทั้งหมดนี้อยู่ที่ผลงานของ สนช.และ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพิสูจน์ตัวเอง ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลง พัฒนาประเทศ ที่รัฐบาลเลือกตั้งไม่สามารถออกได้ ในเมื่อมาโดยวิธีพิเศษ ไม่ต้องคำนึงถึงฐานเสียงทางการเมือง หรือผลประโยชน์หัวคะแนน อีกทั้งสัญญาประชาคมของ พล.อ.ประยุทธ์ “จะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา” ก็ต้องปฏิบัติให้ได้จริง ไม่มีผลประโยชน์พวกพ้องแอบแฝง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท