
คาดเปิดAECค้าชายแดนแม่สอดโตแสนล้านบาท
ตาก-นายกนครแม่สอดคาดหลังเปิดAEC เศรษฐกิจ-ธุรกิจ-การค้าชายแดนพุ่ง100,000ล้านบาท
ตาก-นายกนครแม่สอดคาดหลังเปิดAEC เศรษฐกิจ-ธุรกิจ-การค้าชายแดนพุ่ง100,000ล้านบาท
เมื่อวันที่2ส.ค.57 นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จังหวัดตาก กล่าว ว่า ในปี 2558 การเปิดประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC ของกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ส่งผลให้นักธุรกิจ-พ่อค้า-นักลงทุน มีความมั่นใจต่อระบบการค้าขาย-การลงทุน ทั้งในภาคพาณิชย์-ภาคอุตสาหกรรมรวมไปถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก กับจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า นั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางและประตู AEC บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก(East-West Economic Corridor: EWEC) มีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่า ณ.ปัจจุบัน ในปี 2556-2557 ปีละ 40,000-50,000 ล้านบาท เป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าชายแดนอันดับต้นๆของเมืองไทย มีความเจริญทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
อีกทั้งเป็นเมืองที่หลากหลายวัฒนธรรมจากหลายชนเผ่า นครแม่สอด จึงต้องมีการอนุรักษ์และรักษาความเป็นไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่การพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจ “นครแม่สอด” ซึ่งหลังเปิด AEC เชื่อได้เลยว่า มูลค่าการค้าชายแดนด่านแม่สอด-เมียวดี จะเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัว จาก 4-5 หมื่นล้านบาท จะ ทะลุพุ่งสูง นับ 100,000 ล้านบาท ต่อปี จากปัจจัยในความเชื่อมั่นและการพัฒนาร่วมกันของกลุ่ม 10 ประเทศ AEC
“นับตั้งแต่ผู้นำ 10 ประเทศอาเซียน ได้มีกรอบความร่วมมือในการเข้าสู่ AEC ในปี 2558 ทำให้มีการตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมของนักธุรกิจ สาขาต่างๆ และพ่อค้า มีการหาซื้อที่ดินในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด อย่างกว้างขวางส่งผลทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมการลงทุน ทั้งในส่วนของการจัดตั้งแม่สอดเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและการเข้าสู่ AECซึ่งในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และในช่วงเวลาก่อนที่จะเข้าสู่ AEC นั้น อยากจะให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาลใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ ได้สนับสนุนพื้นที่การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด อย่างเต็มรูปแบบ โดยสนับสนุนโครงการเมกะโปร์เจ๊กส์ เช่นการพัฒาสนามบินแม่สอด-โครงการปรับปรุงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 1 และสร้างสะพาน แห่งที่ 2 เพื่อ เป็นช่องทางการขนส่งสินค้า-การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและระบบโลจิสติกส์-การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมไปถึงการสนับสนุนด้านการศึกษา เช่นให้เด็กไทย เรียนรู้ภาษาสากลและภาษาท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดน คือรู้ภาษาไทย-พม่า-กะเหรี่ยงและอังกฤษ เพื่อการสื่อสารในยุค AEC ให้ได้ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจกรค้าชายแดน-การท่องเที่ยวและอื่นๆร่วมกัน และสิ่งสำคัญในการพัฒนาการศึกษาคือ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติที่แม่สอด ในฐานะ ประตู AEC บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ EWEC” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด กล่าว







