posttoday
ภาคปชช.ยื่น7ข้อจี้ปรับราคาสลาก-เพิ่มจำนวนรางวัล

ภาคปชช.ยื่น7ข้อจี้ปรับราคาสลาก-เพิ่มจำนวนรางวัล

01 สิงหาคม 2557

เครือข่ายภาคประชาชน ยื่น7ข้อเสนอประธานบอร์ดกองสลากฯ จี้ปรับราคา-เพิ่มจำนวนรางวัล

เครือข่ายภาคประชาชน ยื่น7ข้อเสนอประธานบอร์ดกองสลากฯ จี้ปรับราคา-เพิ่มจำนวนรางวัล

เวลา10.00 น.  นายธนากร  คมกฤส  ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก พร้อมด้วย นายมณเฑียร  บุญตัน ประธานกรรมาธิการศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย และเครือข่ายคนพิการ กว่า30 คน เข้าพบ นายสมชัย  สัจจพงษ์  อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานบอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเสนอมาตรการหยุดปัญหาสลากเกินราคา และปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสลากเพื่อสังคม

นายธนากร  กล่าวว่า  เครือข่ายฯ ได้จัดทำข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางระยะสั้น5ข้อ ช่วยแก้ปัญหาสลากแพง และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ค้าสลากรายย่อย ดังนี้ 1.ปรับราคาขายสลากให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง อาจจะเป็นใบละ50บาท หรือคู่ละ100 บาทก็ได้ เนื่องจากราคาเดิมมีส่วนต่างกำไรให้แก่ผู้ค้ารายย่อยเพียงใบละ5.60 บาท ซึ่งไม่เพียงพอแก่การยังชีพของผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับสลากไปขายเพียงจำนวนน้อย ขณะที่ในความเป็นจริงผู้บริโภคก็ซื้อสลากในราคาที่แพงกว่าคู่ละ100 บาทอยู่แล้วการปรับราคานี้อาจดูเหมือนทำให้ราคาแพงขึ้นในทางจิตวิทยา แต่ในความเป็นจริงจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ค้ารายย่อย และผู้ซื้อ เพราะราคาที่เพิ่มขึ้นนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอประการที่ 2.คือการจัดสรรให้จำนวนรางวัลให้มีมากขึ้น เพราะหากขายสลากใบละ50 บาท จะทำให้เงินรางวัลเพิ่มขึ้น300 ล้านบาท สามารถเพิ่มจำนวนรางวัลได้ เช่น เพิ่มการออกรางวัลที่4และ5 และรางวัลเลขท้าย 3 ตัวจากการหมุน 4 ครั้ง เป็น 6 ครั้ง ซึ่งในกรณีนี้จะทำให้บรรดาหวยใต้ดินอยู่ลำบากด้วย เพราะผู้ซื้อมีโอกาสลุ้นได้มากกว่าจากจำนวนรางวัลที่เพิ่มขึ้น

3.ปรับลดค่าบริหารจัดการของสำนักงานสลากฯ จากส่วนแบ่งร้อยละ3ของรายได้จากการขายสลาก ให้เหลือร้อยละ2แล้วนำเงินไปจัดสรรเพิ่มส่วนแบ่งให้กับผู้ค้าสลากรายย่อย 4.นำเงินส่วนที่ปรับลดจากกองสลากมาเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ให้ผู้ค้าสลากรายย่อย จากร้อยละ7เป็นร้อยละ8พร้อมจัดสรรโควตาให้ผู้ค้าสลากรายย่อยไม่น้อยกว่าคนละ10เล่มใหญ่หรือ20เล่มเล็ก และ5.ปรับกระบวนการจัดสรรโควตาให้ความสำคัญแก่คน 2 กลุ่ม คือ ผู้ค้ารายย่อยหรือประชาชนทั่วไป โดยเลือกกลุ่มผู้ยากลำบาก ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่ไม่มีบำนาญ และผู้มีรายได้น้อย  กับกลุ่มองค์กรการกุศล ที่มีกิจกรรมการค้าสลากจริง และปรับกระบวนการกระจายสลากโดยสำนักงานสลากฯเป็นผู้กระจายสลากเอง ไปทางสำนักงานคลังจังหวัด โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

“ข้อเสนอดังกล่าว สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพ.ศ.2517 อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น หากยังไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่เป็นอยู่ ทั้งนี้เครือข่ายฯขอเสนอแนวทางระยะยาว คือ เปลี่ยนเป้าหมายออกสลาก จากเดิมหารายได้เข้ารัฐมาเป็นสลากเพื่อสังคม โดยนำเงินเข้ารัฐให้น้อยลงเหลือเพียง10% เท่ากับภาษี แล้วนำเงินมาจัดสรรแก่กองทุนเพื่อภาคประชาสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงกองทุนพัฒนากีฬา และวัฒนธรรมด้วย ส่วนอีกประการคือแนวทางการดำเนินงานให้สำนักงานสลากเป็นกิจการต้นแบบของการควบคุมการพนัน”

นายธนากร  ยังกล่าวด้วยว่า เครือข่ายฯไม่เห็นด้วยกับการมีรางวัลที่1พิเศษ หรือรางวัลแจ๊คพอต และเสนอให้ยกเลิกการออกรางวัลดังกล่าวเนื่องจากเข้าข่ายทำการตลาดเชิงรุก  และเอื้อประโยชน์ให้กับพ่อค้าคนกลางในการจัดชุดสลาก สิ่งที่ควรทำคือ นำเงินจำนวนนี้เพิ่มให้กับรางวัลที่1ของทุกชุด จากเดิมรางวัลละ2ล้านบาท เป็นรางวัลละ3ล้านบาท เพื่อให้เกิดระบบการจัดสรรรางวัลในแนวทางเดียวกับสลากบำรุงการกุศล การที่กองสลากออกมาให้ข่าวว่าการพิมพ์สลากเพิ่มอีก2ล้านใบในงวดวันที่1สิงหาคมนี้จะทำให้มีรางวัลแจ็คพ็อตมากขึ้น เป็นเจตนามอมเมาประชาชน  เพื่อหลีกเลี่ยงจะไม่พูดถึงปัญหาของตนเองขณะเดียวกัน สิ่งที่กองสลากควรคิดทำคือปฏิรูปกิจการของตนเองให้โปร่งใส เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะดังเช่นประเทศที่เจริญแล้วเขาทำกัน ทั้งนี้ เครือข่ายจะเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของกองสลาก และอยากให้มีการถกเถียงข้อเสนอข้างตน จากทุกภาคส่วนเพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท