
ป.ป.ช.จ่อฟันประมูล3จี
ป.ป.ช.เตรียมฟัน3จีเดือนส.ค. ฝาก กล้านรงค์ ดันกม.ปราบทุจริต
ป.ป.ช.เตรียมฟัน3จีเดือนส.ค. ฝาก กล้านรงค์ ดันกม.ปราบทุจริต
ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ นายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีการหารือในเบื้องต้นเรื่องการเสนอบุคคลกับทางคสช.เพื่อคัดสรรเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในส่วนของการปฏิรูปกฏหมายและยุทธศาสตร์ของป.ป.ช.ว่า ถ้าจะมีการเสนอรายชื่อบุคคลจะต้องเป็นการเสนอในนามของคณะกรรมการป.ป.ช.
"ไม่ใช่ว่าผมอยากเป็น แต่หากคณะกรรมการมีความเห็นสมควร ตนก็ต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว จะปฏิเสธได้อย่างไร" นายภักดี กล่าว
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้ากรณีที่มีการร้องถึงความไม่โปร่งในกรณีประมูล3 G นั้น นายภักดี กล่าวว่าเรื่องนี้จะมีการนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการอีกครั้งภายในเดือนสิงหาคม เมื่อถึงตอนนั้นคงจะต้องมีการวินิจฉัยกันว่าต้องเอาอย่างไรกับเรื่องนี้
เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องให้ป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องนี้ก่อนการประมูล 4G เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป นายภักดี กล่าวว่า ป.ป.ช.ทำหน้าที่ของเรา ไม่ได้ไปดูว่าต้องทำให้ทันเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน
นายภักดี ยังได้กล่าวถึงกรณีของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (มหาชน) ว่า ตอนนี้เรื่องดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของอนุกรรมการร่วมไต่สวน ที่มีการสอบพยานเพิ่มเติม 3 ปากนั้น กระบวนการสอบได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะมีการประชุมเพื่อสรุปสำนวนของอนุกรรมการร่วมอีกครั้ง หากสำนวนที่ดำเนินการไต่สวนมามีความสมบูรณ์พร้อมก็สามารถส่งต่อให้กับอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องต่อไป
ด้าน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับการเสนอกฏหมายของป.ป.ช.ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นั้นเราได้เสนอเรื่องนี้ไปแล้ว ขึ้นอยู่กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะดำเนินการต่อไป โดยมีหลายเรื่องที่ได้เสนอไปโดยเฉพาะเรื่องกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งมีอยู่ 3-4 มาตรา ที่จะต้องดำเนินการ อีกเรื่องก็เป็นเรื่องของอายุความในการดำเนินคดีที่เสนอให้อายุความขยายออกไป ซึ่งตนคิดว่าจะต้องมี อย่างมาตรา 157 ซึ่งมีอายุความค่อนข้างสั้น เพียง 15 ปี จึงต้องขยายอายุความเพิ่มเป็น 30 ปี โดยเรื่องนี้ไปรวมอยู่แล้ว โดยต้องไปทำในเรื่องของรายละเอียดเพื่อส่งไปให้ สนช.พิจารณาต่อไป ส่วน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆ กำลังพิจารณาอยู่ว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องเสนอบ้าง เมื่อมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2558 แล้ว ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเดิมในภายหลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของ คสช.หลังป.ป.ช.เสนอแก้กฎหมายไปเป็นอย่างไร นายปานเทพ กล่าวว่า คงต้องรอให้ สนช.พิจารณา แต่ทั้งนี้ตนคิดว่า คสช.น่าจะเห็นด้วย เพราะคสช.ให้ความสำคัญต่อเรื่องการป้องกันและปราบการการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งกฎหมายต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และภาพลักษณ์ที่มีต่อนานาชาติดีขึ้น ซึ่งต้องฝากไปยังนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้เข้าไปเป็น สนช.ด้วย
นายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยังค้างอยู่นั้น คงต้องรอสนช.เป็นผู้พิจารณาและประสานกลับมายังป.ป.ช.อีกครั้ง ซึ่งคิดว่าสนช.คงมีการประชุมเรื่องนี้กันจากนั้นคงให้สัญญาณมายังป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม เรื่องการถอดถอนแม้บุคคลที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่มีการร้องขอให้ถอดถอนแล้ว แต่ยังมีผลเรื่องการตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งตัวอย่างในอดีตเคยมีมาแล้วที่สนช. พิจารณาถอดถอน นอกจากนี้ เรื่องการรับรอง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการป.ป.ช. ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่นั้น คิดว่าสนช.คงจะมีพิจารณาเช่นกัน







