
สงครามเกาหลี?
เป็นสงครามที่ค่อนข้างจะประหลาด สำหรับสงครามเกาหลีเหนือในระหว่างปี 19501953 ที่แบ่งคาบสมุทรเกาหลีออกเป็นฝั่งเหนือใต้ แยกเป็นประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้
ที่บอกว่าประหลาด เพราะว่าสงครามดังกล่าวจบลงโดยที่ไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพ (Peace Treaty) แต่อย่างใดเกิดขึ้น โดยมีเพียงแต่ข้อตกลงหยุดยิง (Armistice) กำกับกันเอาไว้เท่านั้น
นั่นหมายถึงว่า นับตั้งแต่ปี 19532010 ล่วงมา 57 ปีนั้น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยทางเทคนิคแล้วยังอยู่ในภาวะระหว่างสงครามกันอยู่ เพียงแต่มีข้อตกลงหยุดยิงบังคับสภาพการหยุดสงครามเอาไว้เท่านั้น
เมื่อเดือน มี.ค. เรือรบของเกาหลีใต้อับปางลงอย่างเป็นปริศนาใกล้น่านน้ำเกาหลีเหนือ ลูกเรือเกือบ 50 ชีวิตจมหายไปในท้องทะเล ก่อนการสอบสวนรัฐบาลเกาหลีใต้ บอกว่าถูกยิงด้วยตอร์ปิโดของฝั่งเหนือ
นั่นเท่ากับว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เกาหลีเหนือ ซึ่งถูกกล่าวหาก็แสดงความไม่พอใจ จนถึงกับขู่เมื่อวานนี้ว่า จะยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงไปเลย
ซึ่งก็จะทำให้สงครามคาบสมุทรเกาหลีอาจจะระเบิดขึ้นอีกครั้งครับ
ตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมานั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศปิด เป็นฤๅษีแห่งเอเชีย ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเกาหลีเหนือเคลื่อนไหวอะไรบ้าง เป็นเหมือนเมืองลับแล จนกระทั่งไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง มีข่าวคราวว่าเกาหลีเหนือแอบลักลอบพัฒนาอาวุธร้ายแรงไว้เยอะ โดยเฉพาะนิวเคลียร์
แต่อาวุธเหล่านั้นของเกาหลีเหนือก็ไม่ได้มีเอาไว้ใช้จริงๆ วันดีคืนดี ก็หยิบเอาขึ้นมาทดลองเพื่อข่มขู่เกาหลีใต้ และโลกตะวันตกเพื่อต่อรองขอผลประโยชน์ และความช่วยเหลืออยู่เสมอๆ
การยิงเรือเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ก็เชื่อกันว่าเกาหลีเหนือต้องการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของผู้นำคนใหม่ หลังจากที่ประธานาธิบดี คิมจองอิล มีข่าวว่าเจ็บออดๆ แอดๆ อาจจะไม่รอดในอีกไม่กี่ปีนี้
พูดกันตามตรง ณ วินาทีนี้ที่โลกกระโจนเข้าสู่ภาวะสงครามเศรษฐกิจเต็มตัวนั้น การจะก่อสงครามแบบเต็มรูปแบบกันระหว่างประเทศจริงๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องยาก (เว้นแต่สหรัฐเท่านั้นที่ชอบยกพลไปถล่มประเทศที่ด้อยกว่าอย่างในอิรัก) เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องปากเรื่องท้อง มากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง การสะสมอาวุธของหลายประเทศในปัจจุบัน มีไว้สำหรับการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในการเจรจาต่อรองด้านเศรษฐกิจเท่านั้น
และถ้าหากสงครามเกาหลีระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง นั่นยิ่งหมายความว่า สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน จะต้องถูกเข้าไปร่วมด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย
นั่นหมายถึงการปะทะกันระหว่างสหรัฐและจีนตรงๆ บนสมรภูมิการสู้รบแบบเต็มรูปแบบ มีการงัดอาวุธมาถล่มใส่กันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
“นิวเคลียร์”ซึ่งผมบอกได้คำเดียวว่า เป็นไปได้ยากมากครับ







