
ฝนถล่มท่วมอีสานเหนือเขื่อนแห้ง
กรมชลฯแจ้งเตือนสิ้นปีนี้น้ำต้นทุนน้อยลดพื้นที่ทำนาปรัง
กรมชลฯแจ้งเตือนสิ้นปีนี้น้ำต้นทุนน้อยลดพื้นที่ทำนาปรัง
ฝนถล่มท่วมอีสานนาล่มนับหมื่นไร่ เหนือเขื่อนแห้ง ห่วงปีนี้น้ำน้อยทำนาปรังได้แค่ 4 ล้านไร่
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานอิทธิพลของร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้ฝนตกหนักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกน้ำท่วมหลายจังหวัด เช่น จ.นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วหลายหมื่นไร่
ขณะที่ภาคเหนือแม้ว่ามีฝนตก แต่เหนือเขื่อนฝนตกน้อยทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภคในเกณฑ์ พอใช้ เว้นแต่ในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก อยู่ในเกณฑ์น้อย เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ มีน้ำน้อยอยู่ในเกณฑ์ขั้นวิกฤต
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ น้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง แม้จะเข้ามาครึ่งฤดูฝนแล้ว เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณฝนน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ย โดยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุดวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำรวมกันจำนวน 34,217 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 49% ของความจุอ่างฯ ขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ยังสามารถรองรับน้ำในฤดูฝนนี้ได้อีก 1 เท่า ทั้งนี้ยืนยันว่าน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคยังเพียงพอ แต่ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด
นายเลิศวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ปริมาณ น้ำขณะนี้ทำให้กรมชลฯ มีความเป็นห่วงว่าเมื่อสิ้นฤดูฝนก็คาดว่าจะมีปริมาณ น้ำน้อยกว่าปี 2556/2557 กรมชลฯ สามารถสนับสนุนการปลูกพืชฤดูแล้งได้เพียง 4.5 ล้านไร่เท่านั้น ซึ่ง 95% คือ ข้าว ในพื้นที่ชลประทาน 22 จังหวัด ซึ่งจากสถิติพบว่าสถานการณ์ปริมาณน้ำใน ปี 2557/2558 น่าจะเท่ากับหรือน้อยกว่า ปีที่ผ่านมา







