posttoday
ธปท.-ภาคเอกชนมั่นใจเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอย

ธปท.-ภาคเอกชนมั่นใจเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอย

01 สิงหาคม 2557

ธปท.เผยสัญญาณเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. และไตรมาส 2 ปีนี้ปรับดีขึ้น พ้นภาวะถดถอยแน่นอน พร้อมส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยหนุนเศรษฐกิจโต

ธปท.เผยสัญญาณเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. และไตรมาส 2 ปีนี้ปรับดีขึ้น พ้นภาวะถดถอยแน่นอน พร้อมส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยหนุนเศรษฐกิจโต

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. 2557 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของสหรัฐ แต่เอเชีย ทั้งจีนและญี่ปุ่นยังขยายตัวได้ต่ำตามความต้องการซื้อที่ลดลง แต่ก็ยังคาดว่าส่งออกทั้งปีน่าจะโตไม่ได้ตามที่คาดไว้ที่ 3% แต่ก็ยังคาดว่าส่งออกทั้งปีน่าจะโตไม่ได้ตามที่คาดไว้ที่ 3%

ดังนั้น จากเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ติดลบ 0.8% เพิ่มเป็นไตรมาส 2 โต 0.6% แต่ส่งออกที่ไม่ตามคาดในปีนี้ก็ไม่น่าจะกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลดต่ำลงจากที่คาดไว้ที่ 1.5%

“ส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้ที่มีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 3.8% จากเดิมที่โตติดลบมาต่อเนื่องไม่ได้เซอร์ไพรส์ ธปท. เพียงแต่ทั้งปีอาจจะเสี่ยงโตต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ 3% ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสแรก จนมั่นใจว่าจะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ ธปท.จะยังไม่ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีที่ 1.5% ในปีนี้ เพราะต้องการดูภาพรวมข้อมูลเศรษฐกิจในเดือน ก.ค.นี้ก่อน เศรษฐกิจครึ่งหลังของปีนี้จะฟื้นชัดหรือไม่ชัดยังต้องรอดูเศรษฐกิจเดือน ก.ค.ก่อน ธปท.จึงจะพิจารณาปรับคาดการณ์จีดีพีอีกครั้งในเดือน ก.ย.นี้” ดอน กล่าว


อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ของสำนักเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)และธปท.ไมได้แตกต่างกันมากนัก ยกเว้นการใส่สมมุติฐานด้านการใช้จ่ายภาครัฐที่สศค.จะให้น้ำหนักมากกว่าเท่านั้น แต่เท่าที่ดูการใช้จ่ายภาครัฐในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาต่ำกว่าที่ธปท.คาดไว้ก่อนหน้านี้ คาดว่าการใช้จ่ายภาครัฐน่าจะมาในไตรมาส 3 และ 4 แต่แนวโน้มที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจยังไม่มีแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อ เชื่อว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ

“เงินเฟ้อยังไม่น่าห่วง แม้ว่ามองไปข้างหน้าจะมีแรงกดดันจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังเชื่อว่าจะคุมได้ แต่สิ่งที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ห่วงน่าจะเป็นเรื่องเสถียรภาพการเงิน ที่ยังไม่ชัดเจนว่าสินเชื่อจะกลับมาฟื้นตัวเร็วหรือไม่ เพราถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วอาจจะไปกระทตุ้นให้ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มได้อีก เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้ดอกเบี้ยของไทยยังติดลบอยู่ประเทศเดียวในภูมิภาค ตรงนี้ต้องจับตาดูด้วย แต่สิ่งที่ธปท.ให้ความสำคัญเฉพาะหน้าตอนนี้คือต้องให้นโยบายการเงินและดอกเบี้ยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก่อน” นายดอนกล่าว

ทั้งนี้ ธปท.มองว่าภาวะเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ปีนี้มีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากไตรมาสแรก จากสถานการณ์การเมืองและนโยบายภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้น ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของครัวเรือนและธุรกิจให้กลับคืนมา ส่งผลให้การใช้จ่ายในประเทศเริ่มฟื้นตัว ในระยะต่อไปการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความเชื่อมั่นและอุปสงค์ที่ปรับดีขึ้น สะท้อนจากความต้องการสินเชื่อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้แก่ภาคครัวเรือนเพิ่มมีมากขึ้น สอดคล้องกับการบริโภคหรือใช้จ่ายในประเทศที่ฟื้นตัว โดยยอดคงค้างสินเชื่อรวมในเดือนมิ.ย.ปีนี้อยู่ที่ 14.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการขยายตัว 6.4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ การส่งออกสินค้าปรับดีขึ้นเล็กน้อยตามอุปสงค์ของประเทศอุตสาหกรรมหลัก สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกที่ขยายตัวได้ แต่การส่งออกในภาพรวมฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า จากอุปสงค์ของภูมิภาคเอเชียที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูปและราคาพลังงาน ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลตามการนำเข้าสินค้าที่ลดลง ขณะที่ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายแม้ว่าจะขาดดุลหรือไหลออกมาต่อเนื่อง แต่เป็นการไหลออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศและการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนไทย เพราะการไหลเข้ามาลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติยังเป็นบวก

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนา “อนาคตเศรษฐกิจไทย หลังวิกฤตการเมือง” ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังภาคการผลิตของไทยจะฟื้นตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากการเมืองนิ่ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และงบประมาณการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานกำลังจะออกมาสู่ระบบ ส่งผลให้คนเริ่มจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องปรับอากาศจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดจนอุตสาหกรรมที่ยังมีแนวโน้มที่ดี ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ ที่ไทยยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าสั่งซื้อได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่แนวโน้มไม่ดีในปีนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากนโยบายรถยนต์คันแรก ส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ผลิตสินค้าป้อนในกลุ่มยานยนต์ ขณะเดียวกันกลุ่มอัญมณียังคงมีแนวโน้มไม่ดี เป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจโลก อีกทั้งสินค้าเกษตรที่ราคายังอยู่ในระดับต่ำทุกรายการ ทั้งยางพารา ข้าว ปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยพอสมควร

“ประเมินว่าครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน เศรษฐกิจจะโตได้ 45% เพราะคนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่คงต้องให้ภาครัฐช่วยเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจีดีพีทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 22.5% ส่วนการส่งออกจะไม่เติบโตเท่าที่ควร เพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและปัญหาการเมืองระดับโลกที่เข้ามากระทบ ทำให้การส่งออกอาจไม่ได้โตตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องการคนที่เป็นที่ยอมรับ กล้าตัดสินใจ และทำงานอย่างโปร่งใส” สุพันธุ์ กล่าว

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคการเกษตรปีนี้ในภาพรวมคงไม่ดี เพราะผลผลิตน้อย ราคาไม่ดีทั้งข้าว ที่ผลผลิตน่าจะลดลง น้ำตาลผลผลิตดีกว่าฤดูกาลก่อนแต่ราคาลดลง 10% ยางพาราราคาลดลงเหลือ 5860 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งมีปัญหามาก ส่วนปาล์มน้ำมันก็ล้นตลาด ขณะที่การท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยคาดว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะเริ่มดีขึ้นในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตทั้งปี มากกว่า 2% ส่วนการส่งออกในไตรมาส 3 จะเติบโต 3% และไตรามาส 4 โต 45% โดยกลุ่มตลาดที่มีโอกาสมาก ได้แก่ ตลาดตะวันออกกกลาง เช่น อิหร่านที่กำลังเปิดประเทศ ปากีสถาน ที่ไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการค้ามากขึ้น และตลาดอาเซียนที่จำเป็นต้องเพิ่มการส่งออกเข้าอาเซียนให้มากขึ้นกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงกังวลปัญหาอัตราแลกเปลี่ยน ความรุนแรงทางภาคใต้ ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวและการค้าให้หยุดชะงัก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน