
ราชกิจจาประกาศพรฎ.สรรหาสปช.
ราชกิจจาประกาศพรฎ.สรรหาสภาปฏิรูป คสช.คุมเบ็ดเสร็จตามคาด ย้ำต้องสรรหาสปช.โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมและครอบคลุมทุกด้าน
ราชกิจจาประกาศพรฎ.สรรหาสภาปฏิรูป คสช.คุมเบ็ดเสร็จตามคาด ย้ำต้องสรรหาสปช.โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมและครอบคลุมทุกด้าน
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พ.ศ.2557 มีจำนวน 18มาตรา โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
ให้มีคณะกรรมการสรรหาทำหน้าที่สรรหาบุคคลด้านต่างๆเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสปช.ดังต่อไปนี้ 1.คณะกรรมการสรรหาด้านการเมือง 2.คณะกรรมการสรรหาด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3.คณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4.คณะกรรมการสรรหาด้านการปกครองท้องถิ่น 5.คณะกรรมการสรรหาด้านการศึกษา 6.คณะกรรมการสรรหาด้านเศรษฐกิจ 7.คณะกรรมการสรรหาด้านพลังงาน 8.คณะกรรมการสรรหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 9.คณะกรรมการสรรหาด้านสื่อสารมวลชน 10.คณะกรรมการสรรหาด้านสังคม 11.คณะกรรมการสรรหาด้านอื่นๆ
ให้คณะกรรมสรรหาแต่ละด้านประกอบด้วยกรรมการสรรหาจำนวน 7 คน ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในด้านที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยบุคคลใดจะเป็นกรรมสรรหาเกินหนึ่งคณะไม่ได้
นอกจากนี้ ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสปช.ประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด โดยคณะกรรมสรรหาสมาชิกสปช.ในส่วนของกทม.ประกอบด้วย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ปลัดกทม. ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตในระดับจังหวัดของกทม.ครั้งล่าสุด และประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกทม.
ขณะที่ คณะกรรมการสรรหาจังหวัดอื่นๆประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับจังหวัดของจังหวัดนั้นครั้งล่าสุด และประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ทั้งนี้ให้กรรมการสรรหาได้รับค่าตอบแทนการประชุมครั้งละ 2,000บาท และให้กรรมการสรรหาซึ่งเป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนได้รับค่ายานพาหนะเหมาจ่ายอีกคนละ 3,000 บาท
คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสปช.ใน 11 ด้าน สามารถเสนอบุคคลเพื่อเข้ารับเป็นสมาชิกสปช.ได้ไม่เกินคณะละ 50 คน แต่ไม่ต้องน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ขณะที่ คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสปช.ประจำจังหวัดสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับเป็นสมาชิกสปช.ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นได้จังหวัดละ 5 คน โดยการสรรหาให้คำนึงถึงบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถด้านต่างๆ จากภาครัฐ เอกชน สังคม วิชาชีพ วิชาการ และภาคอื่น ความเท่าเทียมกันทางเพศ และการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส
สำหรับในกรณีการสรรหาสมาชิกสปช.ของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน นิติบุคคลซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรสามารถเสนอชื่อได้ไม่เกิน 2 ชื่อ ซึ่งการเสนอชื่อดังกล่าวจะต้องกระทำโดยโดยมติของผู้บริหารนิติบุคคล จากนั้นจะต้องเสนอชื่อต่อหน่วยงานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดภายใน 20 วันนับตั้งแต่วันที่มีประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาทั้ง11ด้าน
เมื่อคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสปช.ทั้ง11ด้านและคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดได้เสนอชื่อรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสปช.แล้ว คสช.จะต้องคัดเลือกให้เหลือไม่เกิน 250 คนโดยจะต้องมีสัดส่วนจากรายชื่อที่คณะกรรมสรรหาประจำจังหวัดเสนอจำนวน 77 คนด้วย
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอชื่อหรือการสรรหา หรือมีปัญหาอื่นใด ให้หัวหน้าคสช.เป็นผู้วินิจฉัยโดยให้ถือว่าเป็นการชอบด้วยตามพระราชกฤษฎีกาและกฎหมาย และในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้การสรรหาสมาชิกสปช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้คสช.มีอำนาจประกาศเปลี่ยนแปลงระยะเวลา กำหนดให้ดำเนินการหรืองดเว้นการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกสปช.ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ได้ และให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎกานี้







