
หางเลขกาซา
ฟรีดา กีทิส คอลัมนิสต์ของซีเอ็นเอ็น แสดงทัศนะว่า การต่อสู้ครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ผลกระทบจากสงครามยังจะขยายวงกว้างไปกว่าแค่ในฉนวนกาซา
ฟรีดา กีทิส คอลัมนิสต์ของซีเอ็นเอ็น แสดงทัศนะว่า การต่อสู้ครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ผลกระทบจากสงครามยังจะขยายวงกว้างไปกว่าแค่ในฉนวนกาซา
5 ฝ่ายที่ฟรีดาระบุว่าจะโดนหางเลขจากวิกฤตในครั้งนี้ ได้แก่ 1.อิสราเอล เนื่องจากกลุ่มฮามาสจะไม่ยอมประนีประนอมให้มีสองรัฐในพื้นที่เดียวกันอย่างแน่นอน แต่มุ่งมั่นในการกำจัดอิสราเอลออกจากเขตเวสต์แบงก์ให้จงได้ ทำให้อิสราเอลต้องพะวงว่าปาเลสไตน์อาจจะหลงคารมกลุ่มหัวรุนแรง จนเกิดความขัดแย้งแบบเดียวกับที่เกิดกับกลุ่มฮามาสในกาซา
2.ในขณะที่กลุ่มฮามาสจะเดินหน้ายิงจรวดถล่มอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ก็มีชาวปาเลสไตน์ที่ตกเป็นเหยื่อ จนประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาส ผู้นำของปาเลสไตน์ถึงกับเป็นคนแรกที่ออกมาถามกลุ่มฮามาสว่า “ยิงจรวดไปแล้วจะได้อะไร พวกเราอยากต่อสู้ด้วยปัญญามากกว่า”
3.ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอื่นๆ ต้องประสบกับปัญหาอุดมการณ์ความรุนแรง พร้อมกับกลุ่มพันธมิตรใหม่ๆ ที่เริ่มแบ่งพรรคแบ่งพวกชัดเจนมากขึ้น และการแตกความสามัคคีมีแต่จะนำมาซึ่งปัญหาเรื้อรังในอนาคต
4.นอกจากนี้สำหรับผู้นำกลุ่มประเทศในยุโรปก็อาจจะเจอกับเสียงครหาว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ และปล่อยให้ประชาชนปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์ รวมไปถึงเด็กน้อยตาดำๆ ต้องตกเป็นเหยื่อต่อหน้าต่อตา
5.สำหรับสหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของอิสราเอลมาช้านาน ทว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี บารัก โอบามา กลับมีท่าทีไม่ลงรอยกับผู้นำอิสราเอลนัก ดังนั้นลุงแซมจึงไม่ได้เข้าข้างอิสราเอลอย่างเต็มที่ แต่กลับไปสร้างความสัมพันธ์กับกาตาร์และตุรกี ที่รายงานอ้างว่าต่างก็ให้การสนับสนุนปาเลสไตน์ ซึ่งแน่นอนว่า จากกรณีดังกล่าวอาจจะทำให้รัฐบาลทั้งสองประเทศมองหน้ากันไม่ติดนัก







