
ทองคำต้องทำใจ
ดูเหมือนว่าสินค้าประเภททองคำจะเป็นสินค้าที่ความหวือหวาของราคาจะหายไปจากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ในปีนี้อย่างชัดเจนครับ หลังจากที่ราคานั้นมีแต่ทรงกับทรุด โดยเมื่อสองวันก่อนราคาก็หล่นลงไปเล็กน้อยอีกอยู่ที่ประมาณ 1,296.27 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ก็มีข่าวว่าบรรดากองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั้งหลายก็เริ่มการลดปริมาณถือครองทองคำกันแล้ว ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงอนาคตของทองคำในปีนี้ไม่น่าจะสดใสนัก
ดูเหมือนว่าสินค้าประเภททองคำจะเป็นสินค้าที่ความหวือหวาของราคาจะหายไปจากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ในปีนี้อย่างชัดเจนครับ หลังจากที่ราคานั้นมีแต่ทรงกับทรุด โดยเมื่อสองวันก่อนราคาก็หล่นลงไปเล็กน้อยอีกอยู่ที่ประมาณ 1,296.27 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ก็มีข่าวว่าบรรดากองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั้งหลายก็เริ่มการลดปริมาณถือครองทองคำกันแล้ว ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงอนาคตของทองคำในปีนี้ไม่น่าจะสดใสนัก
หากพิจารณากัน จะเห็นว่าปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจในปีนี้ จะไม่ค่อยส่งเสริมราคาทองคำนัก
ประการแรก แม้ว่าประเทศที่มีการนำเข้าทองคำในปริมาณมากของโลกนั้นจะอยู่ในเอเชีย ไม่ว่าจะจีนหรืออินเดีย หรือประเทศไทย แต่ต้องไม่ลืมว่า ตลาดซื้อขายล่วงหน้าหลักๆ นั้นก็ยังอยู่ที่สหรัฐครับ ดังนั้นการขึ้นลงของราคาจึงถูกกำหนดไปด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ และบรรยากาศในการลงทุนในสหรัฐเป็นหลัก
เกิดอะไรขึ้นที่สหรัฐ อย่างแรกก็คือ ในสหรัฐนั้นระดับเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ “ไม่เสี่ยง” นัก แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทิศทางของคิวอีก็มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องเช่นกัน
อีกทั้งแม้ว่าในสหรัฐจะยังใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์มายาวนานคือ 00.25% แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลต่อดัชนีเงินเฟ้อในสหรัฐนัก โดยในปีนี้ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2.4% ซึ่งระดับเงินเฟ้อที่ไม่น่าวิตกกังวลเช่นนี้ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่นักลงทุนจะวิ่งเข้าหาตลาดทองคำในช่วงตลอดปีที่ผ่านมาครับ
นอกจากนั้น ยังดูเหมือนว่านักลงทุนในสหรัฐจะยังคงเสพติดกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า อันเป็นอานิสงส์จากการที่มีเงินถูกจากโครงการคิวอีของเฟดเทเข้าสู่ระบบเป็นระยะๆ ตลาดทองคำจึงถูกเมินไปในที่สุด
ประการสุดท้าย ธนาคารกลางสหรัฐยังคงยืนยันในนโยบายลดนโยบายคิวอีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ก็น่าจะมีประกาศลดคิวอีลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ซึ่งน่าจะทำให้คิวอีเหลืออยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน
นั่นหมายความว่า ปริมาณเงินในระบบการเงินของสหรัฐจะยิ่งน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งคาดว่าเฟดน่าจะยุติโครงการคิวอีในราวเดือน ต.ค.นี้ จะยิ่งทำให้ความวิตกกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อก็น่าจะยิ่งลดลงไปอีก และนั่นหมายความว่า ราคาทองคำก็จะยิ่งปรับลดลงต่อเนื่องอีกเช่นกัน
ดังนั้น ใครถือทองคำก็ต้องยอมทำใจสำหรับปีนี้ครับ







