
ปธ.ศาลฎีกานั่งกก.สรรหาสตง.-ผู้ตรวจฯ
เคาะกรรมการสรรหาสตง.-ผู้ตรวจฯมอบ"ดิเรก อิงคนินันท์" นั่งควบประธาน2คณะ
เคาะกรรมการสรรหาสตง.-ผู้ตรวจฯมอบ"ดิเรก อิงคนินันท์" นั่งควบประธาน2คณะ
คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีการประชุมนัดแรกเพื่อสรรหาบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 7 คน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจำนวน 1 คน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 71/2557 ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาทั้ง 2 คณะได้มีมติเลือก นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ให้เป็นประธานกรรมการสรรหา
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบและแนวทางในการสรรหาทั้ง 2 คณะ พร้อมเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 1 -7 ส.ค. ในเวลาราชการ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 106 อาคารรัฐสภา 2 ชั้น1 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เขตดุสิต และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ ถ.ประชาชื่น เขตบางซื่อ กทม.
อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจสามารถขอรายละเอียดได้ที่กลุ่มงานสรรหาและแต่งตั้ง สำนักกำกับและตรวจสอบ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา โทรศัพท์ 02-244-1700 หรือที่ www.senete.go.th
สำหรับรายชื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วย นายดิเรก อิงคนันท์ ประธานศาลฎีกา, นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครอง, นายปานเทพ กล้าณรง์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย, นายกู้เกียรติ สุนทรบุระ ผู้พิพากษา ฐานะผู้ที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก, นายอำพล สิงหโกวินท์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ฐานะผู้ที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก
ขณะที่ คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ประกอบด้วย นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา , นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครอง , นายปานเทพ กล้าณรง์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
นายสมบัติ เดียวอิศเรศ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ฐานะผู้ที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก และ นายดำริ วัฒนสิหะ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ฐานะผู้ที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก ซึ่งกรรมการสรรหาทั้ง 2 คณะ ขาดเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ยังว่างอยู่ ทำให้องค์ประกอบกรรมการสรรหาจึงเหลือเท่าที่มีอยู่คือคณะละ 6 คนเท่านั้น







