
ติงทหารปราบพวกรุกป่าแยกชาวบ้านจากนายทุน
อดีต สส.พิษณุโลก ติงนโยบายปราบรุกป่าทำคนรากหญ้า 11 คนได้รับผลกระทบ
อดีต สส.พิษณุโลก ติงนโยบายปราบรุกป่าทำคนรากหญ้า 11 คนได้รับผลกระทบ
นายนคร มาฉิม อดีต สส.พิษณุโลก และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีเจตนาดีในการออกคำสั่งฉบับที่ 66/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่า แต่ผลการดำเนินการได้กระทบต่อประชาชนตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามป่าจำนวนมากกว่า 45 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 1011 ล้านราย โดยคนกลุ่มนี้ทำมาหากินพอประทังชีวิตในครอบครัวเท่านั้น
“มาตรการของ คสช. ได้ทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นพวกบุกรุกป่า จึงอยากให้ คสช.เน้นไปที่การรุกป่าของกลุ่มทุนซึ่งมีพฤติกรรมกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก.ของชาวบ้านเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ ขอให้ คสช.แยกแยะกรณีชาวบ้านใช้ที่ดินเพื่อทำกิน กับนายทุนที่สะสมที่ดินเพื่อเก็งกำไร” นายนคร กล่าว
นายนคร กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าทหารถูกปลูกฝังมาให้รักผืนป่า และยึดความรู้เดิมว่าผืนป่าในประเทศไทยมี 70% จึงต้องการรักษาให้คงอยู่เช่นนั้น แต่ปัจจุบันประชากรในประเทศเพิ่มขึ้น 3 เท่า มีการขยายที่ทำกิน จึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาให้คงสัดส่วนเดิมไว้ ทุกวันนี้มีคดีความว่าด้วยคนทับที่ป่า หรือป่าทับที่คนมากกว่า 3,000 คดี โดยส่วนใหญ่มาจากมุมมองของผู้มีอำนาจที่มองว่าชาวบ้านเป็นพวกบุกรุกป่า
นายนคร ได้เสนอให้ คสช.แก้ปัญหาที่ดินอย่างยั่งยืนด้วยการออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า เพื่อบีบให้นายทุนซึ่งสะสมที่ดินเอาไว้เป็นหมื่นเป็นแสนไร่ กระจายที่ดินออกมาให้คนจน รวมทั้งกฎหมายเก็บภาษีมรดก เพื่อป้องกันการกระจุกตัวของทรัพย์สินในสังคม







