posttoday
เสียงร้องถึงคสช."รถเมล์ชานต่ำ"เพื่อความเท่าเทียม

เสียงร้องถึงคสช."รถเมล์ชานต่ำ"เพื่อความเท่าเทียม

30 กรกฎาคม 2557

เครือข่ายสังคมวอน คสช. ซื้อรถเมล์ชานต่ำ 3,500คัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ชี้สังคมไทยมีผู้สูงอายุเพิ่ม โครงสร้างสาธารณะต้องพร้อม

เครือข่ายสังคมวอน คสช. ซื้อรถเมล์ชานต่ำ 3,500คัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ชี้สังคมไทยมีผู้สูงอายุเพิ่ม โครงสร้างสาธารณะต้องพร้อม

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.เครือข่ายสังคมผู้ผลักดันนโยบายรถเมล์ชานต่ำเพื่อประชาชนทุกคนได้ขึ้นอย่างเท่าเทียมกันร่วมกับภาคประชาชน จัดเสวนาเรื่อง “วิกฤตรถโดยสารสาธารณะกรุงเทพ ในสังคมผู้สูงอายุ” ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ(สวนโมกข์ กทม.) เพื่อต้องการผลักดันให้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)จัดซื้อรถเมล์โดยสารประจำทางสาธารณะแบบชานต่ำจำนวน3,500 คันเพื่อให้คนทุกกลุ่มคนสามารถเข้าถึงได้ และเอื้อต่อสุขภาวะตามบัญญัติในกฎบัตรสุขภาพโลก

นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ นายกสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยหนึ่งในเครือข่ายที่ผลักดันโครงการรถเมล์ชานต่ำ กล่าวว่าสังคมไทยกำลังเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีการจัดการดูแลไม่ดีจะทำให้เกิดการสร้างภาระต่อสังคมได้ หนึ่งในโครงสร้างสาธารณะที่สามารถเตรียมการไว้เพื่อผู้สูงอายุได้ง่ายที่สุด คือการขนส่งสาธารณะที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สูงวัย และคนทุกกลุ่ม เช่นเดียวกันผู้พิการ ที่ก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ถูกข้อจำกัดด้านขนส่งสาธารณะจึงทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้มากนัก หรือเมื่อต้องการออกไปต้องพึ่งพารถแท็กซี่ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้พิการมากไปกว่าเดิม

“ยกตัวอย่างในประเทศทีเจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น มีอัตราคนแก่เยอะมาก รัฐต้องให้ค่าครองชีพแก่คนเหล่านั้นถ้าไม่มีการจัดการสาธารณูปโภคทีดี ขนส่งสาธารณะไม่ดีก็ยิ่งทำให้คนแก่อยู่แต่บ้าน ไม่มีการออกมาใช้จ่ายเงิน ให้ธุรกิจหมุนเวียน ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก คนแก่มีเวลาเยอะยิ่งออกมาจับจ่ายใช้สอยได้มาก”

นพ.วิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากการต่อสู่อย่างแข็งแกร่งของคนพิการทำให้ กทม. เปลี่ยนทัศนคติทีดีต่อรถเมล์ชานต่ำจนได้มีนโยบายจัดซื้อกว่า1,524 คันนั้น ย่อมไม่มีเหตุผลที่เพียงพอที่จะปฏิเสธรถไม่ปรับอากาศอีก1,659 คันได้  เพราะรถเมล์ชานต่ำไม่ได้ก่อประโยชน์เฉพาะคนพิการกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น แต่มีประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งผู้พิการ เด็ก คนชรา สตรี อีกอย่างยังเอื้อต่อนักท่องเทียวต่างชาติ ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเทียวเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพจำนวนมาก นำมาด้วยเม็ดเงินจำนวนมากเช่นกัน 

"เรื่องปัญหาคอสะพานที่ทาง ขสมก.อ้าง ทางกทม.รับทราบเรื่องแล้ว และทำการปรับปรุงไปแล้วหลายที่ และยังพยายามปรับปรุงอย่างต่อเนื่องฉะนั้นไม่มีเหตุใดที่ต้องละเลยการซื้อรถเมล์ชานต่ำทั้งหมด3,500 คันในครั้งนี้  จึงต้องเรียนต่อ คณะรักษาความสุขของประเทศชาติว่า รถเมล์ชานต่ำ คืออีกหนึ่งการคืนความสุขให้กับประชาชน ซึ่งส่งผลได้ทันที"นพ.วิชัยกล่าว

ด้าน นายอุดมโชค ชูรัตน์ ประธานเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนได้ขึ้นทุกคัน กล่าวว่าที่ผ่านมาคนพิการทุกคนก็ต้องสู้กับความคิด ทัศนะของตนเองมาอย่างยากลำบาก แต่เมื่อตัดสินใจเรียนรู้ ศึกษาจนทำงานได้ จำนวนเงินเดือนก็ที่เท่ากับคนปกติ แต่กลับต้องหมดเงินในแต่ละเดือนไปกับค่าแท็กซี่ เพราะรถโดยสารประจำทางไม่เอื้อต่อคนพิการเลย

“เราต่อสู้กับการหาข้อมูลแย้งกับขสมก.ที่ตอนแรกบอกว่าราคารถเมล์ชานต่ำแพง พอเราหาข้อมูลเราก็ทราบว่ามันไม่ได้แพงอะไรไปกว่ารถทั่วไปมากเลย  แต่สิ่งที่ขสมก.ต้องการคือรถที่สามรถลุยน้ำเมื่อน้ำท่วมได้ แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาน้ำท่วมไม่มีรถเมล์คันไหนวิ่งได้ ต้องใช้แค่รถทหารวิ่งรับคนเท่านั้น รถเมล์ของเดิมก็มีอยู่เป็นหมื่นคันแล้ว เราจะขอรถใหม่เป็นรถชานต่ำเต็มๆ 3,500คัน ทำไมจึงให้ไม่ได้ ในเมื่อมันมีประโยชน์ในระยะยาวกับประชาชนทุกคน เราทำการสื่อสารไปยัง คสช.ไม่ได้เป็นการฟ้อง แต่เราต้องการให้ผู้ใหญ่ได้รับข้อมูลที่หลากหลายมากว่า”

ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ข้อคิดเห็นว่า การที่คนไทยนั่งรถเมล์น้อย อาจจะเป็นการสะท้อนระบบขนส่งมวลชนไทยถึงความเลื่อมล้ำทางสังคมนั้นเอง ข้อจำกัดมากมาย จนทำให้หลายกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึง จนต้องเลือกใช้รถส่วนตัว แท็กซี่ โดยเฉาะคนพิการ แค่ข้ามถนนบางทียังต้องใช้แท็กซี่ และมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไปไหนมาไหนเอง แต่ต้องถูกจำกัดด้วยบันไดรถเมล์ที่สูงถึง3-4 ขั้น จึงเลือกที่จะอยู่บ้านแทน คนที่ต้องทำอะไรให้กลายเป็นลูกหลาน ทั้งๆ ที่คนสูงอายุเหล่านั้นยังพอทำเองได้แต่ไม่อยากเป็นภาระ แต่เพียงแค่ขาดการขนส่งมวลชนที่สะดวกทำให้เป็นเรื่องที่กระทบไปหมดทั้งสังคม

ดร.อันธิกา ยังชี้ให้มองเห็น ข้อดีของการจัดการระบบขนส่งสาธารณะที่ดีว่า เป็นช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจไปในตัว เพราะเมื่อมีฟุตบาทดี รถเมล์ที่สะดวก คนก็ออกมาใช้การเดินริมฟุตบาทเยอะขึ้น ผู้ค้าขายรายเล็กริมฟุตบาทขายก็ดีขึ้น

"ยกตัวอย่างเช่น ที่สยามถือเป็นส่วนที่รถเมล์เข้าถึงทำให้ร้านค้าข้างทางสร้างรายได้ได้ แต่ในอีกหลายเส้นทางธุรกิจริมทางเท้าเข้าขั้นวิกฤตเพราะฟุตบาทไม่ดี คนก็ไม่ออกมาเดิน ไม่ขึ้นรถเมล์ เลือกที่จะขับรถส่วนตัว ทำให้ธุรกิจริมทางบริเวณนั้นทยอยปิดตัวลงไป

ความสะดวก ที่บางคนอาจะมองว่าคนพิการเรียกร้องมากเกินไป คนธรรมดายังไม่สบายเลย คนพิการจะเรียกร้องอะไรนักหนา แต่จริงๆ เป็นการตีความที่ผิด สิ่งที่คนพิการหรือคนที่มีข้อจำกัดในการเดินทางเรียกร้องอยู่หมายถึงการเข้าถึงหรือใช้สอยได้เหมือนคนทั่วไป ซึ่งมันเท่ากับสิทธิพื้นฐานของมนุษย์คนหนึ่งนั่นเอง"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท