
ผลสอบเลือกตั้งส.ส.-ส.ว.ไร้ใบแดง-เหลืองเพิ่ม
กกต. แถลงความคืบหน้าสอบการเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. ไร้เพิกถอน-ชดเชยค่าเลือกตั้ง แต่ใบเหลือง-แดง โผล่ อปท.เพียบ
กกต. แถลงความคืบหน้าสอบการเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. ไร้เพิกถอน-ชดเชยค่าเลือกตั้ง แต่ใบเหลือง-แดง โผล่ อปท.เพียบ
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา 11.45 น. นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนแลวินิจฉัย แถลงข่าว ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 2 สนง.กกต. โดยแจ้งถึงความคืบหน้าในการพิจารณาเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และสมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.)
เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สุรินทร์ เขต 4 ในข้อกล่าวหา ให้ทรัพย์สิน(ผ้าห่ม) แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง โดยกล่าวหาว่า นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์รู้เห็นเป็นใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ ได้แก่ นายสนั่น วรินทราวาท นายอำเภอรัตนบุรีนางรำพรรณ ศรีทะโร กำนัน ต.ดอนแรด นายสุระเด่น กำลังหาญ ส.อบจ.สุรินทร์ นายสุรเวช ศรีทะโร นายก อบต.ดอนแรด และนายบุญมี โสภัง รองนายก อบต.ดอนแรด ในการแจกผ้าห่มในเขต ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุทรินทร์ และเขต ต.ระเวียง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ รวมถึงกล่าวหาว่า นายสาธิต รู้เห็นเป็นใจกับนายสนั่น และนายสุระเด่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง
ดังนั้นกกต.จึงมีมติให้ยกคำร้องคัดค้านนายสาธิต กรณีสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ รวมถึงยกคำร้องคัดค้านนายสนั่นและนายสุระเด่น แต่ให้ดำเนินคดีอาญากับนางรำพรรณ นายสุรเวช และนายบุญมี ตามมาตรา 57 ประกอบมาตรา 137 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550
สำหรับเรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. ประกอบด้วย 1.) คัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. จ.ชัยภูมิ กรณีที่นายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย ส.ว. จ.ชัยภูมิ ถูกร้องในข้อกล่าวหา ทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆนับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง โดยได้พบเห็นป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของนายบัณฑูรย์ อยู่ริมประตูทางเข้าหน่วยเลือกตั้งที่ 31 ซึ่งกกต. มีมติให้ยกคำร้องคัดค้าน เพราะป้ายเลือกตั้งดังกล่าวดังไว้อยู่ในเขตเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่ใช่ป้ายเลือกตั้งแฝงที่จงใจติดตั้งในวันเลือกตั้ง
2.) เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. จ.ตราด กรณีนายบุญส่ง ไข่เกษ ส.ว. จ.ตราด และนายกิตติธัช ไชยอรรถ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกร้องในข้อกล่าวหา 1.) หลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ต่อกรณีที่ผู้ถูกร้องทั้ง 2 คน ทำการโฆษณาหาเสียงผ่านเฟซบุ๊กและตั้งเพจที่ชื่อว่า "คนตราด ไม่เอาคนโกง" และ 2.) การจัดทำแผ่นพับโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กกต. รวม 4 ประเด็น ซึ่งกกต.มีมติยกคำร้องคัดค้าน เนื่องจากตรวจพบว่า นายบุญส่งเพียงแต่กดไลก์เพจเท่านั้น และไม่สามารถตรวจหาผู้ทำเพจได้ กอปรกับข้อความในแผ่นพับเป็นเพียงประวัติการทำงานของนายบุญส่งเท่านั้น
นอกจากนั้นเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น ประกอบด้วย 1.) เรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง นายก อบต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร กรณีนางนัฐรินทร์ แสงพรมชาลี ผู้สมัครนายกฯ หมายเลข 4 (ไม่ได้รับเลือกตั้ง) ในข้อกล่าวหา ให้ทรัพย์สิน(เงิน) แปละประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจฯ โดยจัดรถรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อไปร่วมวางแผนหาเสียง และให้เงินผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 300 บาท นอกจากนั้นยังมีการจัดเลี้ยงอาหารและสัญญาว่าจะจัดสรรงบประมาณ จำนวน 14 ล้านบาท ให้กับชุมชนหากได้รับเลือก ดังนั้นกกต. มีมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ถูกร้อง รวมถึงดำเนินคดีอาญา สืบเนื่องจากประเด็นที่มีการจัดเลี้ยงผู้เข้าประชุม
2.) เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้ง นายก อบต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา กรณีนายสมหมาย ภักดี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายเลิศ คงเย็น นายกอบต.ระโนด และนายเขตต์ เวชประสิทธิ์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในข้อกล่าวหา ใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัคร เพื่อจูงใจฯ โดยกล่าวหาว่า นายเลิศ ปราศรัยหาเสียงใส่ร้ายผู้ร้อง กอปรกับกล่าวหานายเลิศคงเย็นและนายเขตต์ ปราศรัยหาเสียงใส่ร้ายผู้ร้องเช่นกัน ทั้งนี้กกต.มีมติ สั่งให้มีการเลือกตั้ง นายกอบต.ระโนด ใหม่ สืบเนื่องจากนายเลิศปราศรัยใส่ร้ายผู้ร้อง พร้อมกับดำเนินคดีอาญา
3.) เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้ง นายกและสมาชิกเทศบาล(ส.ทต.) ต.ประทาย เขต 1 อ.ประทาย จ.นครราชสิมา ในข้อกล่าวหา สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจฯ และโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครฯ ต่อประเด็นที่ผู้ถูกร้องให้การสนับสนุนให้มีการจ่ายเงินแก่ น.ส.พิกุลทอง ศรีจันทร์ จำนวน 3,000 บาท ,รู้เห็นเป็นใจให้เงินนางสุดใจ จันทร์รอด จำนวน 5,700 บาท , ให้เงินจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 5,000 บาท และให้เงินกับนางขวัญฤดี พลดงนอก จำนวน 900 บาท รวมถึงการข่มขู่นางสาวพิกุลทองและนางสาวช่อผกา ว่าหากเป็นพยานให้ผู้ร้องจะติดคุก 10 ปี ซึ่งหากไม่ถอนแจ้งความจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ดังนั้นกกต.จึงมีมติ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง 5 คน ได้แก่ นายบุญถิ่น ปิดตาฝ้าย นายกฯ นางรุ่งทิวา มานะดี ส.ทต. นางนรินทร์พร พลวงนอก ส.ตท. นายณัฐพงษ์ เปล่งรัศมี ส.ทต. และนายปิยวัฒน์ ศรีนอก ส.ทต. รวมถึงสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก ทต. และเลือกตั้ง ส.ทต. 4 คน แทน ส.ทต.ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
4.) เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้ง นายก อบต.กาหลง อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร กรณีนายวิชัย ถีระปราโมทย์ นายกฯ และพรครูสุนทรพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาขวาง ในข้อหาสัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวนเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจฯ และเจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร โดยนายวิชัย สนับสนุนให้พระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ ให้พระเครื่อง 1 องค์แก่นายกำธร และให้เงินจำนวน 6,500 บาท รวมถึงกล่าวหาว่าพระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ใช้ตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสหาเสียงเลือกตั้งให้กับนายวิชัย ดังนั้น กกต.จึงมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบต.ใหม่ และดำเนินคดีอาญากับพระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายวิชัย ซึ่งต้องชดใช้ค่าเสียหารในการจัดการเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับดำเนินคดีอาญา
5.) เรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง นายก อบต.บ้านปง อ.สูงเม่น จ.แพร่ กรณีนายพงศ์พณิช เวียงทอง นายก อบต. ในข้อกล่าวหา ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด และชุมชน เพื่อจูงใจฯ โดยผู้ถูกร้องว่าจ้างรถแบ็คโฮ และรถบรรทุกดินทำการขุดดินลูกรังไปถมถนนและพื้นที่ต่างๆในเขต ต.บ้านปง ซึ่งเป็นการกระทำโดยส่วนตัว ทั้งนี้ กกต.มีมติสั่งให้มีการเลือกตั้ง นายก อบต.บ้านปงใหม่ และให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายสมกาจ กาบจันทร์
อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในส่วนของ อปท. กกต.มีมติหลังจากประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว จึงต้องส่งเรื่องให้ศาลอุทรพิจารณา จากนั้นจึงจะพิจาณาตามประกาศของคสช.เกี่ยวกับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ทั้งนี้หากนายก อบต. หรือ นายก ทต. ต้องพ้นจากตำแหน่ง กำหนดให้ปลัดที่สังกัดในพื้นที่เข้าดำรงตำแหน่งแทน สำหรับกรณีสมาชิกสภาท้องถิ่น หากเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งของทั้งหมด ให้สภาท้องถิ่นนั้นยุบไป
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







