
ยูเอ็นไม่เกี่ยว
เป็นความกระเหี้ยนกระหือรือเหลือเกินสำหรับคนบางกลุ่มที่พยายามยกระดับปัญหาการเมืองในประเทศไทย ให้เป็นปัญหาระดับสากล ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง
เมื่อวานนี้ ได้อ่านรายงานการสัมภาษณ์นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม หุ้นส่วนบริษัททนายความ อัมสเตอร์ดัม แอนด์ เพอร์รอฟ ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ว่าจ้างไว้เพื่อสู้คดีให้กับกลุ่มเสื้อแดงและตัวเอง กล่าวกับสถานีวิทยุเอบีซี ของออสเตรเลีย เขาบอกว่า อยากให้มีบุคคลที่ 3 เข้ามาเป็นคนไกล่เกลี่ยปัญหาการเมืองไทย
นายอัมสเตอร์ดัม บอกว่า จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีต่างชาติคนไหน หรือจะเป็นสหประชาชาติก็ได้ หรือจะเป็นใครก็ตาม ให้มาเป็นบุคคลที่ 3 แก้ปัญหาประเทศไทย เยียวยาความแตกต่างในสังคมไทย
ไม่ใช่เป็นความพยายามครั้งแรก แต่มีขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้บรรดาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็พยายามจะดึงต่างชาติและสหประชาชาติเข้ามายุ่มย่ามในปัญหานี้
คงลืมไปว่า ประเทศไทยมีสถานะเป็น
“รัฐชาติ” ที่มีอำนาจอธิปไตยเหนือแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่ มีองค์ประกอบครบทุกคุณสมบัติของการเป็นชาติ มีสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และมีรัฐบาลที่ยังมีความสามารถและอำนาจในการควบคุมปกครอง ดูแลประชาชนแม้ว่าอาจจะเกิดความแตกแยกทางสังคมไทย ที่คนกลุ่มหนึ่งต้องการปลุกปั่นให้ความแตกร้าวของสังคมไทยลุกลามไปถึงขั้นสงครามกลางเมือง แต่นั่นก็เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองการปกครองที่เกิดขึ้นเป็นปกติในประเทศใดประเทศหนึ่งก็ได้
และที่สำคัญ ผมเชื่อว่า คนกลุ่มนั้น ที่ต้องการสร้างความแตกแยกเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ดังนั้นแม้ว่าจะเกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ประชาชนลุกขึ้นมาห้ำหั่นฆ่าแกงกัน
ประเทศไทยไม่ใช่รวันดาที่เกิดสงครามกลางเมืองฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันรุนแรง ประเทศไทยไม่ใช่ติมอร์ตะวันออกที่เกิดความขัดแย้งจากการแบ่งแยกดินแดนจนลุกลามเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กัน
ท่าทีของทนายของอดีตนายกฯ ทักษิณ คงเป็นอารมณ์แก้เก้อเท่านั้น หลังจากที่กระบวนการโค่นล้มรัฐบาลพ่ายแพ้ และอดีตนายกฯ ทักษิณ ถูกหมายจับในข้อหาก่อการร้าย
น่าสนใจที่ในวันเดียวกันที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ถูกหมายจับก่อการร้าย และนายอัมสเตอร์ดัมให้สัมภาษณ์นั้น ทางด้านวุฒิสภาสหรัฐก็มีมติสนับสนุนประเทศไทยในฐานะพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีความสำคัญของสหรัฐต่อไป
อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันว่า ประเทศไทยยังได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจโลกที่เป็น 1 เสียงใหญ่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ความหวังของคนบางกลุ่มที่อยากให้ต่างชาติหรือสหประชาชาติ เข้ามาจุ้นเรื่องในไทยนั้น จึงน่าจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ครับ







